GREAT KING OF THAILAND, KING BHUMIBHOL

GREAT KING OF THAILAND, KING BHUMIBHOL
LONG LIVE THE KING BHUMIBHOL

วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

บทวิเคราะห์ ทักษิณ by Professor Stephen Young นักศึกษาฮาร์วาร์ด

.....ลูกชายอดีตเอกอัครราชทูตอเมริกัน Professor Stephen Young นักศึกษาฮาร์วาร์ด ที่ค้นพบบ้านเชียง แหล่งโบราณคดีแห่งที่ราบสูง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี และในฐานะลูกชายทูตสหรัฐ เติบโต และศึกษาเล่าเรียน อยู่ในเมืองไทย มองความเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และการปกครอง วิเคราะห์ถึงระบอบทักษิณเเละทางเเก้ไขได้อย่างตรงจุดครับ
"ย้อนกลับไปที่ อริสโตเติล หากคุณเป็นประชาธิปไตย แต่คุณฉ้อโกง ทำร้ายผู้อื่น เราเรียกว่าทรราช คุณไม่มีศีลธรรม ไม่ยุติธรรม นั่นเป็นระบบที่เลวร้าย อริสโตเติลกล่าวไว้ว่าทุกๆ ระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบอบกษัตริย์ ขุนนาง หรือประชาธิปไตย ต้องมีกฎหมาย มีศีลธรรม และเป็นธรรม ที่จะควบคุมอำนาจในทางมิชอบ"
"พ่อผมใกล้ชิดกับในหลวง ใกล้ชิดกับจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ปี 2504 มีช่องว่างระหว่างคนชนชั้นสูงกับคนจนในชนบท ซึ่งเป็นช่องว่างจริงๆ ในวันนี้ปี 2552 เมื่อผมได้ยินกลุ่มเสื้อแดงพูดว่า ไทยมีช่องว่างระหว่างคนรวย ในกรุงเทพฯ กับคนจนในชนบท ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ ทุกวันนี้ช่องว่าง มีเพียงแค่นี้ ที่อเมริกาก็มีช่องว่าง
สตีเฟนเข้ามาอยู่ในประเทศไทยเมื่อปี 2504 หรือเมื่อ 48 ปีก่อน สมัยนั้นยังไม่มีไฟฟ้า น้ำประปาใช้ ถนนเป็นดินลูกรัง แต่นับวันที่ล่วงผ่านไป มีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นในเมืองไทยตลอดเวลา เมื่อได้ยินเรื่องแปลกๆ ทำนองว่าประเทศไทย ยังไม่มีนั่นไม่มีนี่ ต้องเปลี่ยนแปลง ปัญญาชนบางคน ต้องการการปฏิวัติ จึงมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ และทำให้มองไป ถึงความทะเยอทะยานของผู้ชายคนที่ชื่อ " ทักษิณ ชินวัตร" ตั้งแต่เริ่มทำชิน คอร์เปอเรชั่นฯ กับการได้มาซึ่งสัมปทานโทรศัพท์จากรัฐบาลโดยระบบ "ผูกขาด"
สาเหตุที่ทักษิณทำเงินได้เยอะ และกลายเป็นคนร่ำรวย เพราะรัฐบาล ได้มอบความเป็นบุคคลอภิสิทธิ์ให้ ให้สิทธิพิเศษในการผูกขาด เป็นการปกครองโดยคนชั้นสูง กลุ่มคนร่ำรวยและมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่น  "นี่ไม่ใช่เรื่องของผู้ชายคนหนึ่ง ที่เริ่มจากความยากจนแล้ว ไต่เต้าขึ้นมา เขามีสายสัมพันธ์พิเศษ และผมเห็นเขาใช้สายสัมพันธ์พิเศษเหล่านั้น"
สตีเฟนยังเสนอมุมมองเกี่ยวกับ ความคิดของ ทักษิณ ที่เป็นแบบจักรพรรดิของจีน ซึ่งถูกนำมาใช้ครั้งแรกโดย "ฉิน จื่อ หวาง" แบ่งเป็น เบื้องบนคือสวรรค์ ถัดลงมาเป็นคนคนหนึ่ง ส่วนเบื้องล่าง คือคนที่เหลือ แล้วเข้าควบคุมรัฐบาล ตำรวจ ผู้พิพากษา นักธุรกิจ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ฯลฯ ทำให้ทุกสิ่งอยู่ใต้เขา ซึ่งไม่เคยมีผู้นำไทย คนไหนในประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่พยายามทำเช่นนี้มาก่อนเลย
สตีเฟนชี้ว่าในเมืองไทย คนตัวเล็กๆ มักจะแหงน มองคนสำคัญ เพราะพวกเขามีความรู้สึก ของระบบอุปถัมภ์อยู่ ทว่าทักษิณเข้าไปตัดลำดับ ขั้นต่างๆ เพื่อเข้าไปปกครองโดยตรง ทุกคนทำงานภายใต้ตัวผู้นำ ไม่ใช่ความร่วมมือแบบเก่าๆ แต่คนส่วนใหญ่ ทำงานให้ทักษิณ และเชื่อว่าทักษิณจะใช้เงินดูแลพวกเขา ลักษณะเช่นนี้ ถือเป็นประชาธิปไตย ที่ปราศจากศีลธรรม จะย่ำแย่ แต่ความยุติธรรมต่างหาก คือสิ่งจำเป็น
สตีเฟน ชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยเดินไปผิดทางคือ การบริหารประเทศ ลักษณะเดียว กับอาร์เจนตินา ภายใต้การนำของ "ฮวน เปรอง" ที่ไปหาคนจนแล้วโทษคนรวย บอกให้คนจนโหวตเขา แล้วเขาจะลงโทษคนรวย เอาเงินจากคนรวย มาให้คนจน เอาคนจนไปต่อสู้กับคนรวย ทั้งที่ปี 1930 ก่อนยุคฮวน เปรอง อาร์เจนตินาได้ชื่อว่า เป็นประเทศที่ร่ำรวย แต่ผู้นำเผด็จการได้ทำลายเศรษฐกิจ และสร้างพรรคเผด็จการ 70 ปีต่อมา อาร์เจนตินาก็เผชิญกับความยากจนและแตกแยก
สตีเฟนมองว่าหากไทย ยังปล่อยให้เป็นแบบนี้ ก็จะประสบชะตากรรมเดียวกัน !!
สตีเฟนย้ำว่า ระบบที่ดีอยู่ที่ ใครจะสร้างความยุติธรรมในสังคมได้ ใครที่ปกครองอย่างมี ศีลธรรม สามารถตรวจสอบ ควบคุมซึ่งกันและกันได้ รัฐธรรมนูญปี 2540 เป็นรัฐธรรมนูญที่ดี แต่บางคน ที่มีเงินเข้ามาแล้ว ทำตัวเหมือนหนู ที่เอาเนยแข็งทั้งก้อนไป คุณความดีของรัฐธรรมนูญสูญหายไป ผู้คนไม่พอใจ ประท้วง ปฏิเสธการประนีประนอม
ที่ผ่านมาสตีเฟน ได้ยินทักษิณพูดว่า รัฐประหาร 19 ก.ย 49 ล้มล้างเขา ตั้งแต่นั้นเขาถูกข่มเหงมาโดยตลอด ทั้งที่ ทักษิณได้ฝ่าฝืนเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และทำลายกฎหมาย สร้างความชอบธรรม และอะลุ้มอล่วย ทางกฎหมาย คือ ได้เริ่มกระบวนการล่มสลายเอง และรัฐประหาร ก็เป็นส่วนหนึ่งของการล่มสลาย
"ตอนนั้นผมรู้สึกเศร้าใจ อะไรคือทางออกของไทย ถ้าเดินหน้าต่อกับทักษิณก็จะจบลงด้วยเผด็จการแบบจีน ซึ่งไม่ดีกับประเทศไทย แต่ถ้าเลือกรัฐประหาร มันก็ขัดรัฐธรรมนูญประเทศไทย ไม่ควรอยู่ในจุดนั้น ไม่ใช่เพราะกองทัพ ไม่ใช่คุณอภิสิทธิ์ ไม่ใช่ พล.อ.เปรม แต่เป็นเพราะคนคนหนึ่ง กับทีมของเขาเอง"
‪#ทักษิณโทษป๋าเปรมว่า‬ เป็นต้นเหตุของความเดือดร้อน ทั้งหมด สตีเฟนตอบว่าทักษิณเป็นคนฉลาดพูด เขารู้จักหัวใจของคนไทยดี รู้ว่าควรจะพูดอะไร ให้คนไทยคิดเหมือนเขา ในตะวันตกเรียกว่า "ผู้ปลุกปั่น" เขาจะศึกษาตัวคนฟัง และอารมณ์ แล้วพูดในสิ่งที่คนอยากได้ยิน ไม่ใช่ชอบ หรือห่วงใย แต่เพราะต้องการบางอย่าง คือ เสียงโหวตและความภักดี
สตีเฟนยังมีความหวังว่า ความแตกแยก ทางการเมืองในไทยแก้ไขได้ ถ้าทุกฝ่ายนั่งลงแล้วคุยกันถึง วิธีแก้ปัญหาแบบไทยๆ แล้วทำงานร่วมกัน เช่น โครงการพัฒนาเศรษฐกิจ และพัฒนาการศึกษา ฯลฯ ทุกคนควรมีจิตสำนึก ของสิ่งถูกต้อง ตามทำนองคลองธรรม จริยธรรม และความภาคภูมิใจ ที่เป็นคนไทย ที่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน หรือต้องฟังใคร ที่สำคัญหากความทะเยอทะยาน ของทักษิณถูกนำออกไป จากบริบท ปัญหานี้ก็น่าจะมีทางออก สักทาง
"ยารสหวานๆ แบบฉบับไทยๆ กินทุกๆ วันเป็นเดือนหรือ 3 เดือนแล้วคุณจะดีขึ้นเอง ดีกว่ายาที่กินวันเดียว แต่คนอาจไม่ชอบ ยานี้คืออะไร ผมว่ามันต้องมา จากผู้นำรัฐบาล ผู้นำพรรคการเมือง พวกเขาอาจต้องกลืนยาขม จะต้องไม่มีใครรับสินบน ใช้เวลา 3 ปี ตำรวจและทุกๆ คนต้องทำหน้าที่ของตัวเอง นี่คือยาขมทำให้คนไทย ได้เห็นว่านี่คือกฎเกณฑ์ใหม่"
http://www.nationmultimedia.com/…/opin…/opinion_30111886.php

วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2558

ประเทศไทยต้องเตรียมรับมือกับทูตอเมริกันคนใหม่



ประเทศไทยต้องเตรียมรับมือกับทูตอเมริกันคนใหม่ 

นายเกล็น ทาวน์เซนด์ เดวีส์ ซึ่งดูจากประวัติแล้ว บทบาทของเขาน่าจะเข้ามาแทรกแซงกิจการในประเทศไทยอย่างเปิดเผย ไม่ทำตัวเฮอาแต่ปากว่าตาขยิบเหมือน คริสตี เคนนีย์ สำหรับประเทศไทยนั้น เป็นประเทศสำคัญที่สหรัฐฯอยากจะครอบครอง และปู้ยี่ปู้ยำ เหมือนที่ทำกับ ลิเบีย ยูเครน ซีเรีย และเยเมน เป็นอย่างมาก แต่ทำไม่สำเร็จสักที เพราะประเทศไทยมีสถาบันหลักที่เข้มแข็ง มั่นคง
เพราะฉะนั้น นายเดวีส์ คงทำการบ้านมาอย่างหนัก เพื่อจัดการประเทศไทยให้จงได้ เพราะตอนนี้สหรัฐฯไม่มีอะไรจะเสียแล้ว เนื่องจากระบอบทักษิณที่เป็นทาสรับใช้สหรัฐฯ มาตลอดเวลากำลังสั่นคลอน และสหรัฐฯ ก็พร้อมเทหมดหน้าตัก จากนี้ไป คนไทยจะได้เห็นบรรดาองค์กรสิทธิมนุษยชน พลเมือง กฎหมาย นักเรียกร้องประชาธิปไตยกำมะลอ ที่รับเงินจากกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ สื่อตะวันตกฉบับต่างๆ สื่อไทยขายชาติแบบประชาไท นักวิชาการทรยศแผ่นดินสายนิติราษฎร์ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน รวมถึงผู้ก่อการร้ายเสื้อดำ-เสื้อแดง ดาหน้าออกมาถล่มประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และหนักกว่าที่เป็นอยู่ เพราะงานแทรกแซงกิจการภายในต่างประเทศเป็นงานที่ นายเกล็น เดวีส์ ทูตสหรัฐฯ คนใหม่ประจำประเทศไทย เขาถนัดมากที่สุด!!!
เกมส์นี้สหรัฐฯ เปิดไพ่หมดแล้ว ว่าต้องการทำลายประเทศไทยอย่างแน่นอน ซึ่งคนไทยจะเห็นได้จากการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ที่กล่าวมา ทั้งการบั่นทอนทำลายสถาบัน การเรียกร้องหาประชาธิปไตย แต่ใจจริงคือ อยากได้ทักษิณ ฆาตกร 3,000 ศพ และผู้ต้องหาหนีคดีอาชญกรรมคอร์รัปชั่นกลับมาบริหารประเทศ ดังนั้น คนไทยต้องเตรียมตัวให้พร้อม ปิดประตูไล่สาปส่งคนเลวๆ พวกนี้ไม่ให้มีที่ยืนในประเทศไทย ขอให้คนไทยเข้มแข็ง สามัคคี และรู้เท่าทันเกมส์ของคนเหล่านี้ เพราะอนาคตของประเทศไทย อยู่ในมือของคนไทยทุกคนที่จะต้องช่วยกันรักษาไว้


Paisal Puechmongkol

ก่อนการเดินทางมาเยือนไทยของ verybig กองทัพจีน ผมขอสรุปความร่วมมือสำคัญระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีนในช่วง ๘ เดือนที่ผ่านมาว่ามี ๓ เรื่องใหญ่สุดคือ


๑.  ความร่วมมือในการก่อตั้งธนาคารโครงสร้างพื้นฐานหรือ aiib ที่จีนเป็นหัวเรือใหญ่ โดยพลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ รองนายกด้านเศรษฐกิจ มรว. ปรีดิยาธร ลงนามเข้าร่วมเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งเป็นประเทศแรกๆ สุดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๗ การเข้าร่วมดังกล่าวคือการเปิดเงื่อนไขรองรับเงินลงทุนต่างประเทศของจีนมูลค่าเท่ากับ ๑,๒๕๐,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐตามที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงได้ประกาศไว้
๒.  การสนับสนุน maritime silk ของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ซึ่งพลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีได้ประกาศสนับสนุนในการประชุมเอเปกครั้งที่ ๒๒ ที่ปักกิ่งเป็นประเทศแรกๆ เมื่อปลายปีที่แล้ว ซึ่งขณะนี้ฝ่ายจีนได้ยอมรับว่า maritime silk road ซึ่งสภาประชาชนจีนเรียกว่า อี้ไต้ อี้ลู่ นั้นจะมาบรรจบกับศูนย์กลางอาเซี่ยนคือประเทศไทย ในขณะที่สภาพภูมิยุทธศาสตร์ของไทยคือเราเป็น gateway of maritime silk road เพราะเราเป็นประเทศ ocean link ระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิค ที่เป็นศูนย์กลางประชากรครึ่งโลก และเป็นศูนย์กลางการเดินเรือ ๘๐% ของโลก
๓.  ความร่วมมือพัฒนารถไฟทางคู่ ๓ สาย ซึ่งจะลงมือก่อสร้างได้ปลายปีนี้ และแว่วว่าอาจเสร็จเร็วกว่ากำหนดคืออาจได้เปิดใช้ปลายปี ๒๕๖๐
ทั้งนี้ไม่รวมความร่วมมือระดับรองๆ อีกจิปาถะทั้งภาคเกษตร การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ตลาดเงิน ตลาดทุน ในขณะที่ความร่วมมือทางทหารและความมั่นคงกำลังก้าวรุดหน้าไปอย่างคึกคักทั้งกับจีน รัสเซีย อินเดีย และอาเซี่ยน

ชี้ความสัมพันธ์'ไทย-รัสเซีย'กระทบขั้วการเมืองโลก !!!!!
เดลินิวส์ออนไลน์

'นักวิชาการเศรษฐศาสตร์การเมือง' ชี้ความสัมพันธ์ไทย-รัสเซียกระทบขั้วการเมืองโลก ชมรัฐบาล คสช. เดินเกมเร็วทำสหรัฐฯก้าวพลาดใช้นโยบายสองหน้าเข้าข้างฝ่ายต่อต้านรัฐบาลไทย


เมื่อวันที่ 14 เม.ย. นายสมชาย ภคภาสวิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์การเมือง ให้ความเห็นถึงการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัสเซีย ในรอบ 25 ปีว่า เป็นปรากฎการเยือนครั้งแรกของนายกรัฐมนตรีรัสเซีย ถือว่ามีนัยทางการเมืองระหว่างประเทศเพราะเกิดขึ้นในช่วงที่ทั้งไทย และรัสเซียต้องเผชิญกับการบีบคั้นของอเมริกา และสหภาพยุโรป

“การกระชับความสัมพันธ์ในครั้งนี้ไม่ใช่เป็นเหตุการณ์ปกติ แต่มีส่วนเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ และการเมืองโดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของโลก โดยเฉพาะรัสเซียถูกบีบจากมหาอำนาจตะวันตกและยุโรป แซงซั่นการค้า ที่รัสเซียไปหนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาลยูเครนไม่ให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกอียู ส่งผลอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจรัสเซียติดลบ แม้ว่าครอบครองขีปนาวุธไว้จำนวนมาก ก็ยังมีความจำเป็นขยายความสัมพันธ์กับจีน อินเดีย อาเซียนและประเทศอื่น ๆ ไทยจึงเป็นเป้าหมายเพื่อถ่วงดุลอเมริกา”นายสมชาย กล่าว

นายสมชาย กล่าวว่า ในส่วนของไทยหลังจากที่มีการรัฐประหาร อเมริกาและสหภาพยุโรปก็แสดงท่าทีบีบบังคับรัฐบาลไทยโดยหาว่าไม่เป็นประชาธิปไตย มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน การบีบบังคับดังกล่าว คือไม่ยอมรับนายกรัฐมนตรีโดยมีการห้ามเข้าประเทศ แนวนโยบายของอเมริกาในเรื่องประชาธิปไตยก็ถือว่ามี 2 มาตรฐาน สถานการณ์อย่างเดียวกันที่เกิดขึ้นกับไทยก็เกิดกับอียิปต์และยูเครน แต่อเมริกากลับไปสนับสนุนรัฐบาลที่ก่อการรัฐประหารล้มรัฐบาลจากการเลือกตั้ง

“ความจริงแล้วอเมริกา และสหภาพยุโรปเขาก็รู้แต่แกล้งโง่ และไม่ยอมรับรู้ว่า คนไทยยอมรับรัฐบาล คสช. ที่เข้ามาระงับสงครามกลางเมืองจากรัฐบาลที่แม้มาจากการเลือกตั้ง  แต่ก็เป็นเผด็จการเสียงข้างมาก ซึ่งสหรัฐฯเองดำเนินนโยบายสองหน้า หน้าหนึ่งสนับสนุนฝ่ายต่อต้านโดยอ้างเรื่องการเลือกตั้ง เผื่อในอนาคตถ้าฝ่ายนี้ได้เสียงข้างมาก อเมริกาก็จะได้ประโยชน์ที่มาก กว่ารัฐบาลชุดนี้

นั่นคือรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแต่คอร์รัปชั่นนั้นจะเป็นเหยื่อของการดำเนินนโยบายต่างประเทศได้ง่ายเพราะผู้นำเหล่านี้สามารถแลกผลประโยชน์ต่างตอบแทนส่วนตัวบนหน้ากากของการเลือกตั้ง แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้ารัฐบาลชุดนี้ยังอยู่ต่อและเมื่อมีการเลือกตั้งจากฝ่ายที่ต้องการประชาธิไตยที่แท้จริง อเมริกาก็ยังไม่มีอะไรเสียเพราะในความเป็นจริง อเมริกาบีบคั้นด้วยคำพูดมากกว่าการกระทำ” นายสมชาย กล่าว

อย่างไรก็ตาม การกระชับความสัมพันธ์ระหว่าไทยกับรัสเซียในครั้งนี้ก็ถือว่ามีนัยทางการเมือง โดยไทยต้องการแสดงออกทางสัญลักษณ์ว่า ไทยก็ยังมีทางออกด้วยการพึ่งพาประเทศอื่น ๆ นอกจากนั้นยังเป็นการแสดงออกถึงท่าทีต่ออเมริกาในทำนองว่า “ยิ่งบีบมาก ก็ยิ่งเสียพันธมิตรมากขึ้น” ไทยเองก็รู้ดีว่า อเมริกากำลังถ่วงดุลอำนาจจากจีน ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัสเซียแม้จะมีเนื้อหาที่เป็นรูปธรรมของความเชื่อมโยงมากขึ้นก็ตาม แต่สิ่งสำคัญตอนนี้รัฐบาลไทยแสดงออกทางสัญลักษณ์ให้อเมริกาได้รับรู้ว่าอย่าเดินนโยบายพลาดแม้ไทยเป็นเพียงประเทศเล็กๆ





วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2558

'เส้นทางบูรพาสายใหม่ของไทย'/ทำไม "อเมริกา" ตามล้าง คสช.


เปลว สีเงิน : 'เส้นทางบูรพาสายใหม่ของไทย'
ผมว่าช่วงนี้คนแถวๆ ถนนวิทยุ หรือพูดให้ตรงตัว "เจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐฯ ประจำไทย" ต้องซ่อกๆ หาข่าวทั้งใต้ดิน-บนดินเพื่อรายงาน "ทุกซอก-ทุกมุม" กลับไปวอชิงตัน ดี.ซี.เป็นพิเศษ รวมทั้ง CIA ที่เช่าโรงแรมย่านราชดำริ "ผูกชั้น-ผูกปี" เป็นแหล่งบัญชาการอยู่มายาวนานนั่นด้วย! เพราะวันนี้ ๗ เมษา ถึง ๘ เมษา มีบุคคลสำคัญเป็น "แขกรัฐบาล" มาเยือนไทย เป็นบุคคลที่ "สหรัฐฯ" พลาดการแกะข่าว-แกะความเคลื่อนไหวรายงานกลับไปไม่ได้เลย นั่นคือ "นายดมิตรี เมดเวเดฟ" นายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซีย! ในรอบ ๒๐-๓๐ ปี ผู้นำไทยไปเยือนรัสเซียเกือบทุกรัฐบาล แต่ไม่ปรากฏว่ามีระดับผู้นำรัสเซียมาเยือนไทยในฐานะ "แขกรัฐบาล" เลย เพิ่งมีนายกฯ เมดเวเดฟ "เป็นคนแรก"! นายกฯ เมดเวเดฟมา ก็เหมือนประธานาธิบดีปูตินมา-ปูตินมา ก็เหมือนนายเมดเวเดฟมา เพราะทั้ง ๒ คนนี้ นับเป็น "หมีขาวคู่แฝด" แห่งเครมลิน ยังไงก็ยังงั้น  กว่าทศวรรษแล้ว ที่ทั้ง ๒ คนผลัดกันเป็นประธานาธิบดีและนายกฯ ช่วยกันฝ่าฟันอุปสรรคการเมืองทั้งภายในและภายนอก แกร่งจนนำรัสเซียผงาดขึ้นขวางทางการแผ่อำนาจครองโลกของสหรัฐฯ อย่างมีประสิทธิภาพ-ประสิทธิผล  สังคมโลกวันนี้ สหรัฐฯ ประกาศชัดตั้งแต่ทำสงครามถล่มอิรัก "ทุกประเทศต้องเลือกข้าง" ไทยเป็น "เด็กดี" ของสหรัฐฯ มาตลอด........! การเป็นเด็กดีนั้น หมายถึงคนเป็นผู้นำเลวต่อประเทศตัวเองไม่เป็นไร ถ้าเลวนั้น เป็นเลวเพื่อให้สหรัฐฯ ได้ดี-ได้ประโยชน์  จึงเป็นส่วนหนึ่งทำให้ไทยเสื่อมโทรมทั้งสังคมและการเมืองมาเรื่อยๆ พูดได้ว่า ตั้งแต่ระบอบทักษิณครองเมือง ประเทศตกต่ำ สังคมขาดศีล-ขาดธรรม ระบบราชการเสื่อมทราม  การโกง-การคอร์รัปชัน กลายเป็นสิ่งถูกต้อง สุจริตชน คนรักบ้าน-รักเมือง กลายเป็นคนน่ารังเกียจในระบอบทักษิณ คนกอบโกยเอาจากสังคม คนขายบ้าน-ขายเมือง กลับเป็นคนดี น่าคบ น่าเชิดชู-ยกย่อง ในระบอบทักษิณ!? อะไรที่เลวกับประเทศชาติ-ประชาชน แต่ยอมเป็นเด็กดีสหรัฐฯ สหรัฐฯ-ยูเอ็น ยกย่อง ชื่นชมว่าเป็นประชาธิปไตย ได้รับการปกป้อง อุ้มชู ถึงขนาดสร้างระบบเผด็จการรัฐสภาซ้อนระบอบประชาธิปไตย หมายเขม้นล้มสถาบัน เปลี่ยนประเทศ  สหรัฐฯ ก็ชื่นชมว่า....นี่คือประชาธิปไตย!  กินข้าว-กินชีวิตชาวนา พินาศร่วมล้านล้านบาท เป็นรัฐบาลโจรครองเมือง แต่การครองนั้นแบ่งปันผลประโยชน์ด้วย "เชือดชาติ" ให้สหรัฐฯ  มันก็ชื่นชม ปกป้อง-อุ้มชู...นี่คือประชาธิปไตย..... ใครอย่าแตะ!
คณะทหาร โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทนเห็นประเทศชาติ-ราชบัลลังก์ ถูกย่ำยีต่อหน้า-ต่อตาต่อไปไม่ไหว
โดดเข้าเตะ........! โดยเตะรัฐบาลระบอบทักษิณกระเด็นไป เข้าควบคุมอำนาจปกครองประเทศ หยุดยั้งการล่มสลาย "ในทุกระบบ" ของประเทศไว้ นั่นก็...ยังพอพูดกันได้ ถ้าการยึดอำนาจประเทศนั้น....... "ยึดแล้วแบ่งปันสหรัฐฯ"!
ก็เพราะผู้นำ คสช. "พลเอกประยุทธ์" ไม่ยอมแบ่งปัน ไม่ยอมเป็นเด็กดีในนิยามสหรัฐฯ นั่นแหละ สภาพ "หมาป่ากับลูกแกะ" ระหว่างจ้าวโลกสหรัฐฯ กับลูกแกะขนทองคำอย่างไทย จึงเกิดขึ้น  จังหวะโลก-จังหวะไทย เหมือนหมุนไปพร้อมๆ กัน มิตรดั้งเดิมอย่างรัสเซียกับไทยเรา ก็พอดีได้จังหวะ หมุนรอบมากอบเกื้อด้วยเยื่อสัมพันธ์อันมีมายืดยาวและลึกล้ำ นับเป็นศตวรรษ
เมื่อ ๑๒๘ ปีโน้น "สมเด็จพระจักรพรรดิซาร์นิโคลัสที่ ๒" สมัยยังทรงเป็นมกุฎราชกุมารแห่งรัสเซีย ได้เสด็จมาเยือนไทย
ต่อมา...นับได้ ๑๑๘ ปี ณ พ.ศ.๒๔๔๐ "พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" รัชกาลที่ ๕ เสด็จฯ เยือนรัสเซีย และประทับ ณ พระราชวังปีเตอร์ฮอฟฟ์ เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก!
เชื่อมั้ย...ศิลปะเปลือกไข่ "ฟาแบร์เช" อันมีได้เฉพาะราชวงศ์ชั้นสูงของรัสเซีย มีเป็นสมบัติอยู่ในประเทศเรามากกว่า ๓๐๐ ชิ้น ขณะนี้! ผมดูรัฐบาลพลเอกประยุทธ์มีความตั้งใจและกระตือรือร้นต้อนรับ ในการมาเยือนของนายกฯ เมดเวเดฟมาก มีการเตรียมการ-เตรียมงาน รวมทั้งพิธีต้อนรับชนิด "ซ้อมแล้ว-ซ้อมอีก"!  มาถึงตอนเย็นวันที่ ๗ เมษา คือวันนี้ เดินทางกลับตอนเย็นวันที่ ๘ เมษา และดูตารางการพบปะ สามารถสรุปบอกได้ว่าเปิดกว้าง  "ทุกเรื่อง-ทุกมิติ"........
เศรษฐกิจ-การเมือง-สังคม-ความมั่นคง ไทยต้องการอะไร พูดได้เลย-บอกได้เลย ส่วนจะได้ทุกเรื่องหรือไม่ นั่นอยู่ที่รายละเอียดแต่ละเรื่องราวที่จะตกลงกัน  น้อยครั้งนะครับ ที่จะเห็น โอเพน-เปิดอก ในการเจรจาระดับประเทศ พูดภาษาชาวบ้านก็ว่า ระหว่างประเทศที่คบหาจริงใจต่อกัน ทุกปัญหา ไม่มีกำแพงกั้น คุยกัน แฟรงค์ๆ แฟร์ๆ!  อันที่จริงก็แปลก ทั้งรัสเซียและสหรัฐฯ สัญลักษณ์ประเทศต่างเป็น "นกอินทรี" ด้วยกัน แต่คนละแบบ-ละขั้วกันเลย ตราแผ่นดินรัสเซียเป็นรูป "นกอินทรีสองเศียร" ใครไปเที่ยวรัสเซียจะเห็นตามสถานที่ต่างๆ อินทรีสองเศียร เขาบอกว่าหมายถึงประเทศรัสเซียมีดินแดนกว้างใหญ่ไพศาล ขนาดอินทรีบินสูงแล้วยังมองไม่ทั่ว จึงต้องให้มีอีกหัว เพื่อช่วยกันเฝ้าแผ่นดิน โดยหัวหนึ่ง ดูแลดินแดนทางฝั่งตะวันตก ส่วนอีกหัว ดูแลทางฝั่งตะวันออก  ส่วนสหรัฐฯ เป็น "นกอินทรีหัวขาว" บางคนก็ว่าหัวล้าน บินสูง มองไกล โฉบแม่น โฉบเพื่อชีวิตตัวมันอย่างเดียว โฉบแต่ละทีต้องไม่พลาดเหยื่อ แต่ระยะหลังนี้ คงเข้าขั้น "อินทรีแก่" เกินแกงหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ บินก็ต่ำ มองก็สั้น โฉบหลุด..โฉบหลุด ซ้ำถูกกระตุกขนหวิดจะเป็น "นกตะกรุม" แทนเหยี่ยวอยู่รอมร่อ! จากที่ยกย่องว่า นกอินทรีหัวขาว เป็นนกกล้าหาญ และมีอำนาจ เมื่อโลกสู่ยุคเปลี่ยนขั้ว จากตะวันตกสู่ตะวันออก  จะ "สิ้นอำนาจ" ให้กับหมีขาวและมังกรแห่งแยงซี ผสมด้วยราชสีห์แห่งเปอร์เซียซะก็ไม่รู้!?
การมาเยือนของนายกฯ เมดเวเดฟในยุคสังคมโลก "เลือกข้าง-แบ่งขั้ว" ขณะนี้ พอดีกับที่ไทยถูกสหรัฐฯ ฟัดเช้า-ฟัดเย็น
ถึงไม่ต้องพูด ไม่ต้องจาระไน สิ่งที่เกิดเป็นความเคลื่อนไหว นั่นย่อมบอกความเป็นไปได้ดีกว่าการจาระไนใดๆ ด้วยซ้ำ!
ผมถึงว่า ทั้งเจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐฯ และ CIA ต้องหาข่าวช่วงนี้หนัก เพื่อรายงานกลับไปทำเนียบขาวชนิด "แดงทั้งแผ่นดิน" กันเลยทีเดียว  "ใครครองสื่อ คนนั้นครองโลก"............!  นี่คือคำสรุปโลกยุคโลกาภิวัตน์ "ข้อเท็จจริงเป็นรอง ปั้นข่าวปั่นโลกก่อนเป็นหลัก" นี่คือ "เคล็ดลับ" การใช้สื่อโลกาภิวัตน์......เพื่อโลกาพินาศ!เดือน "เมษา-พฤษภา" สำหรับไทย ไม่ใช่ร้อนอย่างเดียว แต่มันร้อนถึงจุดระเบิดด้วย   มันต้องอย่างนั้นถึงจะถูกโฉลก-ถูกจริต "นางสงกรานต์ ๒๕๕๘" นามว่ารากษสเทวี มีเลือดเป็นภักษาหาร อึมครึมอยู่ทำไม ไสหัวออกมา จะได้สูญพันธุ์ "จบสิ้นเสี้ยนแผ่นดิน" เลิกรากันไปเสียที นับแต่ครานี้เพื่อเดินหน้าสู่ "นคราวิไล" เต็มตัว


ทำไมสหรัฐจึงเป็น "วิญญาณเกาะกระดูก" ประเทศไทย ชนิดไม่ยอมไปผุด-ไปเกิด วันนี้ เรามาคุยให้ "ถึงราก-ถึงโคน" กันซักที ดีมั้ย?  รัฐบาล คสช.ใช้กฎอัยการศึก มันก็ตั้งแง่.......ครั้นยกเลิก (๑ เม.ย.๕๘) ใช้คำสั่งตามมาตรา ๔๔ แทน มันก็หาแง่มาตั้งใหม่อีก เหมือน "หมาป่ากับลูกแกะ" ยังไงก็ยังงั้น? ประกาศใช้มาตรา ๔๔ ปุ๊บ กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ แถลงการณ์เป็นข้อกังวลปั๊บ........"รัฐบาลวอชิงตันหวังให้รัฐบาลไทยยุติการให้ประชาชนขึ้นศาลทหาร มีการควบคุมตัวโดยไม่ตั้งข้อกล่าวหา ไม่ให้เสรีภาพในการแสดงความเห็น เรากังวลว่า การประกาศใช้มาตรา ๔๔ เพื่อความมั่นคง จะทำให้ข้อเรียกร้องของเราข้างต้นบรรลุผล"  นี่ไม่ใช่ความกังวล คนแถวบ้านผมเขาเรียก "เสือกทุกสถานการณ์"! ทำไมสหรัฐจึงแสดงตนเป็นศัตรูกับรัฐบาล คสช. ตลอดกาล หรืออีกนัยหนึ่ง ตั้งตนเป็นผู้ปรารถนาดีแต่ "ประสงค์ร้าย" กับประเทศไทย?

PAX AMERICANA คือคำตอบครับ!ก็ขนาดประธานาธิบดีสหรัฐ "จอห์น เอฟ เคนเนดี" ยังต้องถูกอเมริกันชนด้วยกันยิงตาย นั่นก็เพราะไปขวางทาง Pax Americana!  ทั่วโลก ทั้งทางลาตินอเมริกา แอฟริกา ตะวันออก ยุโรป สงครามเวียดนาม อัฟกานิสถาน สงครามอ่าว จนถึงอาหรับสปริง และวิกฤติยุโรปขณะนี้ รวมถึงอิรักที่ย่อยยับ เยเมนที่ถูกอาหรับด้วยกันเป็นตัวแทนอเมริกันรุมกินโต๊ะ และล่าสุดขณะนี้ (๓ เม.ย.๕๘) การถล่ม "อิหร่าน" กำลังถึงจุด นับถอยหลัง เพื่อ....กดปุ่ม!  นี่ก็เพราะ ขัดขืนต่อ Pax Americana! ย้อนไป ๕๐ กว่าปี วันที่ ๑๐ มิ.ย.๐๖ ประธานาธิบดีเคนเนดีไปกล่าวปาฐกถาที่มหาวิทยาลัยอเมริกันในกรุงวอชิงตัน ดีซี เขาบอกว่า........."สันติภาพซึ่งสหรัฐประกาศว่าได้ใฝ่หานั้น "ไม่ใช่ Pax Americana ที่ถูกยัดเยียดให้กับชาวโลก โดยกำลังทางทหาร"  วันที่ ๒๒ พ.ย.๐๖ เคนเนดีก็ถูกซุ่มยิงตายด้วยสไนเปอร์ที่เท็กซัส เมืองของอดีตประธานาธิบดีคนที่ ๔๑ คือนาย "จอร์จ เอช. ดับเบิลยู บุช" เจ้าพ่อบริษัทน้ำมัน อดีตหัวหน้า CIA และพ่อของนาย จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ประธานาธิบดีคนที่ ๔๓!  "บุชผู้พ่อ" คนนี้แหละ ที่นายโทนี คาตาลุชชี อดีตผู้สื่อข่าวสงครามเขียนบทความในบล็อกส่วนตัว ที่ผมนำบางตอนมาให้อ่านไปเมื่อ ๔-๕ วันที่แล้ว บอกว่า........"ทักษิณเป็นเพื่อนสนิท เป็นสมุนรับใช้นักการเมืองทุนสามานย์ "ตระกูลบุช" มาเป็นเวลายาวนาน ตั้งแต่เริ่มต้นเข้าสู่สนามการเมืองเมื่อทศวรรษที่ 2540 ทักษิณเข้าไปเป็นที่ปรึกษาบริษัท Carlyle Group ซึ่งเป็นบริษัทกงสีใหญ่ที่หาทุนการเมืองให้เงินสนับสนุน CIA สร้างเหตุร้าย ทำลายความมั่นคงของประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่ไม่สมประโยชน์กับอเมริกา นับแต่วันแรกที่ทักษิณถูกโค่นอำนาจเมื่อกันยา 49 กลุ่มบริษัทประชาสัมพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตลอดถึงกลุ่มล็อบบี้ยิสต์ที่มีอิทธิพลทางการเมืองในวอชิงตัน ซึ่งอยู่ในอาณัติของบริษัท Carlyle ช่วยสร้างกระแส ประชาสัมพันธ์สนับสนุนระบอบทักษิณอย่างเปิดเผย กลุ่มบริษัท Kenneth Adelman of the Edelman PR firm ของนายเจมส์ เบเกอร์ อดีต รมว.ต่างประเทศสหรัฐ และบริษัทประชาสัมพันธ์ใหญ่ในเครือข่ายนักการเมืองตระกูลบุชอีกจำนวนมาก บริษัทที่เคลื่อนไหวหนักล่าสุดคือ Robert Amsterdam of Amsterdam &amp ; Partners (Chatham House)  ประเด็นเคนเนดี เป็น "ข้อสังเกต" ของผมเอง จากการประมวลเรื่องและนำมาต่อจิ๊กซอว์ แล้วเจ้า Pax Americana นั้น มันคืออะไร?
"รังสรรค์ ธนะพรพันธ์" เขียนไว้ในเรื่อง "จาก Pax Britannica ถึง Pax Sinoica" คำว่า Pax ภาษาละตินแปลว่า สันติภาพ หรือศานติสุข (Peace) อาจารย์รังสรรค์ให้ความกระจ่างเรื่องนี้ไว้เยอะ จาก Pax Britannica ในยุคอังกฤษเป็นผู้จัดระเบียบโลก จนเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๑ ความเป็นจ้าวโลกอังกฤษสิ้นสุด เท่ากับ Pax Britannica ก็สิ้นสุดไปด้วย จนเข้ายุคสงครามโลกครั้งที่ ๒ สหรัฐเป็น "จ้าวโลก" ต่อด้วย Pax Americana แต่การจัดระเบียบการเงินระหว่างประเทศของสหรัฐที่เรียกว่า "ระบบเบรตตันวูดส์" หรือระบบเสรีทางการเงิน ไม่สมมโนรส เพราะเศรษฐกิจ-การเมืองโลกหลังสงครามแต่ละรอบ ๑๐ ปียุ่งยาก-ยุ่งเหยิงเกินกว่า "การจัดระเบียบ" ในฐานะจ้าวโลกของสหรัฐจะจัดการได้อยู่มือ จน "โอเปก" นำโลกสู่ยุค Pax Arabica และสู่ยุค Pax Japonica คือยุคญี่ปุ่นครองเอเชีย ตามลำดับ ส่วนยุค Pax Sinoica คือยุคต่อจากนี้ ที่ว่า "จีนจะครองโลก" นั่นแหละ ส่วนจะครองได้หรือไม่ ไปอ่านที่อาจารย์รังสรรค์เขียนไว้แล้วกัน ส่วนคุณ "อรรถสิทธิ์ เมืองอินทร์" แปลเว็บ Monthlyreview.org ชื่อ The American Empire : Pax Americana or Pox Americana? ซึ่ง จอห์น เบลลามี ฟอสเตอร์ และโรเบิร์ต ดับเบิลยู แม็คเชสนีย์ ชาวอเมริกัน เขียน เมื่อปี ๒๕๔๗ คือช่วงสหรัฐกำลังอยู่ทำสงครามในอัฟกานิสถานและอิรัก และให้ความหมายคำว่า Pax Americana ไว้ว่า........"คำว่า Pax Americana หมายถึงเสถียรภาพหรือระเบียบของโลกภายใต้อิทธิพลทางการทหารและเศรษฐกิจของสหรัฐ อาจใช้อีกคำหนึ่งคือการเป็น “ซูเปอร์ฮีโร่” หรือการเป็นวีรบุรุษของโลก ส่วน pox หมายถึง "ฝี" เป็นคำล้อเลียน Pox Americana จึงหมายถึง "ฝีอเมริกัน" ซึ่งน่าจะหมายถึงมหาวายร้าย เป้าหมายสำคัญของลัทธิจักรวรรดินิยมของสหรัฐ คือการเปิดช่องการลงทุนของบริษัทต่างๆ ของสหรัฐ และอนุญาตให้บริษัทข้ามชาติเหล่านั้นได้เข้าไปเข้าถึงแหล่งทรัพยากรสำคัญๆ ของประเทศด้อยพัฒนา....ฯลฯ....
สรุป...Pax Americana ที่อาจารย์รังสรรค์บอก...ระบบเบรตตันวูดส์ ถึงแก่มรณกรรมในปี ๒๕๑๔ และถือเป็นจุดจบของ Pax Americana ด้วยนั้น มันแค่สลบ ยังไม่มรณกรรม มีตัวชูธง "จัดระเบียบโลก" ต่อขณะนี้ คือองค์การ CFR สร้างระบบ "New World Order" ให้สหรัฐเป็น "จ้าวโลก"
"Carlyle Group"...............ซึ่งเป็นบริษัทกงสีใหญ่ที่หาทุนการเมืองให้เงินสนับสนุน CIA สร้างเหตุร้าย ทำลายความมั่นคงประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่ไม่สมประโยชน์กับอเมริกา" ที่โทนี คาตาลุชชี ระบุ นี่แหละ...เป็นวิญญาณเกาะกระดูก "รัฐบาล คสช." หรือประเทศไทยเวลานี้ เพราะพลเอกประยุทธ์ยึดอำนาจแล้ว ไม่ยอมนำประเทศไป "สมประโยชน์กับอเมริกา"......เหมือนรัฐบาล "ระบอบทักษิณ"! โดยเนื้อแท้แห่งสันดานสหรัฐคือ "เผด็จการตัวพ่อ" พวก นปช. ระบอบทักษิณลอกแบบ คือ "อ้างประชาธิปไตย" เป็นเงื่อนไข "ใช้อำนาจเถื่อน" เพื่อจัดการกับฝ่ายที่ไม่ยอมสวามิภักดิ์ นี่...ผมจะให้อ่านบันทึกที่ถูกแปลออกมาบางตอน......
- ๒๔๙๑-๒๕๐๐ ไทยเริ่มถูกกำหนดบทบาทใหม่ ให้อยู่ภายใต้การขยายทุนนิยมที่มีสหรัฐเป็นแกนกลางในเอเชีย (Pax Americana)
- ๒๕๐๐ CIA มีความวิตกว่า การป่วยของสฤษดิ์ และการเปลี่ยนแปลงการคุมอำนาจ จะทำให้ Pax Americana มีอุปสรรค สหรัฐจึงเสนอให้สฤษดิ์ไปรักษาตัวที่สหรัฐ
- สหรัฐต้องการให้ไทยเข้าใจเป้าหมาย Pax Americana ซึ่งไม่ใช่เพียงให้ไทยให้ความร่วมมือในการต่อต่านคอมมิวนิสต์เท่านั้น แต่สหรัฐต้องการขยายการลงทุนของสหรัฐออกไป รวมทั้งมีความต้องการพัฒนาทรัพยากรไทย เพื่อให้เกิดแหล่งพลังงานในการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อไปด้วย
- ประมาณ ๓ เดือนหลังเจรจา สฤษดิ์แก้ไข พ.ร.บ.ส่งเสริมอุตสาหกรรมให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน โดยประกาศคณะปฏิวัติ
- ปลายปี ๒๕๐๑ สฤษดิ์ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓ ให้ไทยเข้าสู่ระบบ "ทุนนิยมโลก" ในบันทึกบอก....."สร้างความพอใจให้แก่สหรัฐเป็นอย่างมาก" เพิ่มเงินช่วยเหลือให้ไทยหลายรายการ ต่อจากนี้ อ่านให้ดีนะ.....
๓๑ ส.ค - ๑๘ ต.ค.๐๒ สฤษดิ์เดินทางไปอังกฤษ อ้างว่าเพื่อตรวจสุขภาพ แต่ในความเป็นจริง ไปเตรียมแผนรัฐประหาร โดยประชุมกันที่ Sunning Dale ในลอนดอน มีคณะทำงานไปเตรียมการด้วย เช่น....(อย่ารู้ชื่อเลยครับ-เปลว)
- มีรายงานว่า สหรัฐมีส่วนในการเตรียมการรัฐประหารนี้ด้วย สหรัฐเรียกว่าเป็นการเข้าสู่ "การพัฒนา" ตามแผน Pax Americana ให้บรรลุผลสำเร็จ โดยสหรัฐส่งกำลังมาอารักขาครอบครัวคณะทำงานที่ถูกนำไปซ่อนตัวในที่ปลอดภัยที่หัวหิน โดยมีรถทหารสหรัฐเตรียมพร้อมตลอดเวลา เพื่อนำครอบครัวคณะวางแผนลงใต้ หากแผนรัฐประหารถูกต่อต้านและไม่สำเร็จ (มีรายงานว่า หลังการรัฐประหารสำเร็จ คณะทำงานเหล่านี้ได้รับเงินค่าตอบแทนจากสหรัฐจำนวนหนึ่ง โดยหลายคนได้นำเงินจำนวนนี้ไปลงทุน "ซื้อที่ดิน" แถบสุขุมวิท")  นี่ไง....คือคำตอบ "สหรัฐจองเวรรัฐบาล คสช. เพราะเกลียดเผด็จการ-รักเสรีภาพ หรือเพราะ....เกลียด คสช. เพราะ "ไม่ยอมยกประเทศไทยให้" ตามแผน Pax Americana?
"ประยุทธ์"ต้อนรับนายกฯรัสเซียลงนามเอ็มโอยู5ฉบับ

พล.อ.ประยุทธ์ ต้อนรับ นายกฯรัสเซีย กระชับสัมพันธ์พร้อมหารือทวิภาคีลงนามเอ็มโอยู ด้านพลังงาน,วัฒนธรรม,ท่องเที่ยว เวลา 10.00 น. วันที่ 8 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)....... อ่านต่อได้ที่ : http://bit.ly/1ajimVV


ถ้าไทยจะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากรัสเซียก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใช่ไหม?
๑ แต่ก่อนมาไทยซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จากอเมริกา แต่การซื้อนี้อเมริกาเรียกว่า"การให้ความช่วยเหลือทางทหาร" เวลาซื้ออาหลั่ยหรือซ่อมบำรุงก็เรียกว่าการให้ความช่วยเหลือทางทหารอีก แปลกไหมพี่น้อง
๒ เมื่อกลัีบจริงจากซื้อขายเป็นลวงว่า การให้ความช่วยเหลือทางทหาร ดังนั้นจะซืิ้อขายแกันแต่ละทีก็ตั้งเงื่้อนไขมากมายราวกับไทยเป็นเมืองขึ้น ทหารที่รู้จักศักดิ์ศรีก็ทนไม่ไหว จึงหาทางจัดซื้อจากประเทศอื่นๆมาโดยลำดับ แม้ปานนั้นไทยก็ยังแสดงไมตรีต้องการซื้อจากอเมริกาด้วย
๓ ครั้นมีการยึดอำนาจ อเมริกาอ้างระบบและนโยบายตัดความช่วยเหลือทางทหารแก่ไทย และประจวบกับปีงบประมาณ๒๕๕๘เข้ามา ๗ เดือนแล้วและไทยมีความจำเป็นต้องจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์มากเป็นพิเศษเพื่อชดเชยที่เสื่อมสภาพไปเพราะถูกนักการเมืองทอดทิ้งมานานจึงจำเป็นต้องจัดซื้อจากที่อื่น แม้ว่าใจไทยยังดำรงมิตรไมตรีกับอเมริกาซึ่งชาวอเมริกันพึงเข้าใจให้ถ่องแท้
๔ไทยยามนี้กองทัพต้องเข้าช่วยสารพัดทั้งดับไฟป่า ขนส่ง ลำเลียง บรรเทาสาธารณภัย ของจำเป็นมากคือเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ๋ ซึ่งในโลกนี้รัสเซียมีความก้าวหน้ามากกว่าใคร ในขณะที่จีนก็ได้ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ก้าวหน้ามากมาย
เหตุนี้หากไทยจะซื้อจากรัสเซีย จีน จะแปลกไหมครับ และถ้าเป็นเช่นนี้จะทำให้ ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียตนาม เป็นกลุ่มประเทศที่ใช้อาวุธยุทโธปกรณ์จากจีน รัสเซีย มากที่สุดในย่านนี้
๕อเมริกานั่นแหละที่จะเสียหายมากกว่าใคร เพราะต่อไปภายหน้า นอกจากการใช้ดอลล่าจะลดลงจนน่าใจหายแล้ว อาวุธยุทโธปกรณ์จากอเมริกาก็จะหมดไปจากย่านนี้ด้วย
๖ คนไทยต้องการความเข้าใจ ไมตรีจิตและมิตรภาพกับชาวอเมริกันเช่นเดิมครับ
ดังนั้นชาวอเมริกันจึงต้องบอกรัฐบาลโอบามาว่าหยุดก้าวก่ายแทรกแซงไทยได้แล้ว เลิกเอาประเทศเป๋็นสินค้าและบริการให้กับพวกล้อบบี้อิสได้แล้ว

วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2558

บิ๊กตู่ "แฉพวกต่อต้าน มีแผล มีเบื้องหลังทั้งนั้น"/อย่าปล่อยให้ "บิ๊กตู่" ฉายเดี่ยว วันชัยวอนผู้กล้าออกโรงช่วย/“เครือข่ายแม้ว” พ่ายยับ เกมคว่ำ “กฏอัยการศึก”



บิ๊กตู่ ยัน ไม่หลงระเริงอำนาจ แต่ลั่น ไม่กลัวใคร ไม่งั้นมาอยู่ตรงนี้ไม่ได้ ประกาศจัดการพวกทำลายชาติ ไล่ให้ออกนอกแผ่นดินนี้....จากนี้ไม่เกรงใจใคร  นายกฯฮึ่ม! ไล่ พวกทำลายชาติ ไม่ควรอยู่ในแผ่นดินนี้ ต้องใช้ กม.จัดการ ผมทนไม่ได้ที่จะให้ทำลายประเทศต่อไป ในเมื่อไม่เกรงใจผม ผมก็จะไม่เกรงใจใคร เผย ตปท. เห็นบ้านเมืองเราสวยงามแต่ไม่รู้ว่าข้างในเป็นโพรง เรากำลังเติมอิฐทราย แต่มีคนเอาน้ำมาราดตอนยังไม่แห้ง คนพวกนี้ไม่ควรอยู่ในแผ่นดินนี้ "แฉพวกต่อต้าน มีแผล มีเบื้องหลังทั้งนั้น" ผมไม่เคยละเมิดใคร ตั้งแต่ใช้กฏอัยการศึก ม.44 ไม่เคยมีคนตาย เตือนคนใช้อาวุธต่อสู้ จนท. อย่าให้มากเกินไป...ยันไม่หลงระเริงในอำนาจ แต่ผมคิดว่ายิ่งมีอำนาจมาก ยิ่งต้องระวัง แต่ผมจำเป็นต้องมีอำนาจ แล้วแก้ปัญหา จะทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ได้บอกว่าต้องดีที่สุด แต่ต้องดีกว่าเดิม...เปรยว่าวันนี้ประเทศชาติเสียหาย เพราะทำงานด้วยปาก มีการเขียนแผน แต่ไม่ลงมือทำจริง รัฐบาลจึงต้องเข้ามาจัดระเบียบ บางคนทนไม่ได้ บอกไม่เป็นประชาธิปไตย...ลั่นวันนี้ผมจะไม่เกรงใจใคร ตราบใดที่ยังมีการพูดให้กองทัพและประเทศเสียหาย เพราะผมต้องรับผิดชอบทุกอย่างอยู่แล้ว...ยันดูแลคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะใส่เสื้อสีอะไร ผมไม่สนใจ เพราะเวลาเรามีจำกัด ขอช่วยกันสวดมนต์ให้รัฐบาลใหม่สานต่อ... แฉ มีการล็อบบี้ให้เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล โดยใช้คำว่าประชาธิปไตย "กฎอัยการศึก" คุกคามชีวิต ติงพาดหัว CNN ผมสั่งประหารนักข่าว จะใช้อำนาจเต็มตามมาตรา 44 จะสั่งประหารนักข่าว เลยจะให้สัมภาษณ์น้อยที่สุด เพราะไม่มีอะไรดีขึ้นมา ถ้าผมปรับปรุงตัวคนเดียว แต่คนอื่นไม่ปรับปรุงตัว แล้วก็มาบอกให้ใจเย็นๆ เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง... ขู่ หากคนเหล่านั้นยังมาปรามาส ผมก็จะพูดให้หมดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทุกคนมีแผลไม่ควรออกมาพูดในสื่อด้วยซ้ำ...เตือนสมัยผมจะมาชุมนุมยืดเยื้อ 6-7 เดือนไม่ได้ อย่ามาใช้คำว่าประชาธิปไตย ตอนนี้ เราให้อยู่แล้ว มันเดือดร้อนอะไรตรงไหน ห้ามใช้ ปชต.แบ่งพวก ยันเลือกตั้ง มีรัฐธรรมนูญตาม roadmap ไม่เคยเลื่อน แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แค่ตอนนี้ก็จะแทบฆ่ากันตายอยู่แล้ว เตือนสื่อ ผมไม่เคยปิดปาก ไม่เคยปิดสักเล่ม ถ้าเขียนไม่ดีก็แค่เรียกมาคุย ต่อไปนี้ขอให้เขียนให้ดี ถ้าเขียนไม่ดีก็จำเป็น ผมไม่กลัวใครอยู่แล้ว ถ้าผมไม่กล้าก็ยืนอยู่ตรงนี้ไม่ได้...เผย หลายคนไม่เข้าใจ เกรงกลัวต่ออำนาจทหาร ยันแม้ทหารมีอำนาจสั่งสู้รบ ผู้บังคับบัญชาปกครองคนถืออาวุธกว่า 3แสนคน ยันไม่ทำนอกกรอบ นายกฯ เผย ได้นำหลักสูตรทหารที่เน้นการมองให้ลึกมาใช้ก็ถือว่าเพียงพอในการขับเคลื่อนทุกอย่าง มีทั้งคนพอใจและไม่พอใจ เชื่อว่าจะดีขึ้นกว่าเดิมระบุหากรัฐบาลไม่มีธรรมาภิบาลก็จะดึงเอากลุ่มชนมาเป็นพวกตัวเองเหมือนที่ผ่านมา วันนี้รัฐบาลแก้ปัญหาทุกอย่าง ถ้ายังไม่แก้ต่อให้เลือกตั้งอีก10 ชาติก็เป็นอยู่แบบนี้
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กล่าวในระหว่างการให้โอวาททหาร ที่ร่วมงานสถาปนาโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ครบ 106 ปี และพิธีเปิดอาคารโรงเรียนเสนาธิการทหารบกแห่งใหม่ ถนนพระรามที่ 5 เขตดุสิต ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษา วันนี้ต้องเดินหน้าปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ รวมทั้งเรื่องอื่นๆ เพราะปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นมีความซับซ้อน มีปัญหาเล็กน้อยซ้อนอยู่หลายชั้นยากต่อการแก้ปัญหา ซึ่งการศึกษาของทหารนั้นเราเน้นความเป็นระเบียบวินัย ทำให้สามารถคิดได้อย่างลึกซึ้ง และรู้จักใช้ข้อมูลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การตัดสินใจในการใช้อำนาจการบังคับบัญชานั้นจำเป็นต้องมีข้อมูลที่ครบถ้วน และผ่านหลายขั้นตอน ซึ่งผู้บังคับบัญชามีหน้าที่ในการตัดสินใจ ระหว่างนั้นจะมีการประสานงานและบูรณาการ  "วันนี้สิ่งที่ผมได้จำมาใช้เป็นแนวคิดทางการทหารทั้งสิ้นที่เป็นพื้นฐานให้ผมในการมาใช้ในการทำงาน แต่สิ่งที่เรามีปัญหามากที่สุดในการบริหารราชการแผ่นดินคือการประสานงานและบูรณาการ การทำงานร่วมกัน ต่างคนยังต่างทำงานตามภารกิจกระทรวงกันอยู่เหมือนเดิมพันธกิจและภารกิจงบประมาณก็ยังแยกกันอยู่เหมือนเดิมจึงไม่มีอะไรสำเร็จได้ เพราะต่างคนต่างทำออกมาเป็นคนละชิ้น"
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้รัฐบาลเข้ามาทำงานแล้ว 6 เดือน ซึ่งระยะแรก 4-5 เดือนแรกทำอะไรไม่ได้มากนัก 6 เดือนเข้ามาวางพื้นฐานแก้ไขปัญหาที่มีความทับซ้อน ต้องใช้เวลาการเดินหน้าตามโรดแม็พที่มีอยู่ วันนี้กระบวนการคิดของแต่ละคนมีหลากหลายไม่เหมือนกัน แต่ควรต้องมีหลักการและเหตุผล ต้องมีความรู้มีการศึกษาเพิ่มเติม ถ้าข้อมูลไม่ครบ ความคิดทุกคนจะไปคนละทิศคนละทางไม่มีจุดมุ่งหมายร่วม ต่างก็คิดที่จะทำงานเฉพาะของตัวเอง ดังนั้นวันนี้ต้องคิดใหม่ เพื่อให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ต้องคิดว่าประเทศต้องการและยังขาดอะไร ซึ่งมีหลายคนไม่เข้าใจและเกรงกลัวต่ออำนาจทหาร ซึ่งยืนยันว่าทหารมีอำนาจในการสั่งการสู้รบ ช่วยเหลือสงคราม และผู้บังคับบัญชาจะต้องปกครองคน กว่า 3 แสนคน ที่ถืออาวุธอยู่ ยืนยันว่าผู้บังคับบัญชา จะไม่ทำนอกกรอบ แต่จะต้องมีการหารือร่วมกันและหาข้อยุติให้ได้  "วันนี้ ผมนำหลักสูตรทหารที่เน้นการมองให้ลึกมาใช้ ก็ถือว่าเพียงพอในการขับเคลื่อนทุกอย่าง มีทั้งคนพอใจและไม่พอใจ แต่เชื่อว่าจะดีขึ้นกว่าเดิม"  " วันนี้รัฐบาลต้องแก้ปัญหาที่ซับซ้อน ขับเคลื่อนประเทศ และการปฏิรูปประเทศที่ต้องใช้เวลา ขณะเดียวกันประชาชนจะอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ ต้องเป็นกลุ่มชน ซึ่งหากรัฐบาลไม่มีธรรมาภิบาลก็จะดึงเอากลุ่มชนเหล่านี้มาเป็นพวกตัวเองเหมือนที่ผ่านมา วันนี้รัฐบาลแก้ปัญหาทุกอย่าง ถ้ายังไม่แก้ปัญหาต่อให้เลือกตั้งอีก 10 ชาติก็คงเป็นอยู่แบบนี้ ขณะนี้เราไม่มีปัญหากับประเทศอื่น เว้นแต่มีปัญหากันเอง ทุกประเทศยังเดินทางมาท่องเที่ยวทุกวัน ไม่ว่าจะยังมีกฎอัยการศึก หรือการประกาศใช้มาตรา 44 ก็ตาม"  หลายคนห่วงว่าเราจะหลงระเริงในอำนาจ แต่ผมคิดว่ายิ่งมีอำนาจมาก ยิ่งต้องระวัง คนที่ให้ความสำคัญกับอำนาจส่วนใหญ่เป็นแต่กลุ่มผลประโยชน์  คนที่สนใจแต่มาตราโน้นมาตรานี้ ทำไมไม่มอง ว่าจะทำให้คนสามัคคีกันอย่างไร ตอนนี้เรามองปัญหาไม่เหมือนกัน ผมจำเป็นต้องมีอำนาจ และจะแก้ปัญหาโดยทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม ไม่ได้บอกว่าต้องดีที่สุด แต่ต้องดีกว่าเดิม จะอาศัยผู้นำ หรือรัฐมนตรีคนเดียวไม่ได้ ทุกคนต้องช่วยกันเพื่อให้ประเทศเดินหน้า"  พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ประเทศชาติเสียหาย เพราะทำงานด้วยปาก มีการเขียนแผน แต่ไม่ลงมือทำจริง รัฐบาลจึงต้องเข้ามาจัดระเบียบ บางคนทนไม่ได้ บอกไม่เป็นประชาธิปไตย
"วันนี้ผมจะไม่เกรงใจใคร ตราบใดที่ยังมีการพูดให้กองทัพและประเทศเสียหาย เพราะผมต้องรับผิดชอบทุกอย่างอยู่แล้ว แต่ขอให้คนไทยช่วยทำความเข้าใจ"  ต่างประเทศได้ข้อมูลจากเราทั้งสิ้นทุกเรื่อง จากสื่อเป็นส่วนใหญ่เกิดความเข้าใจผิดจำนวนมากอกถึงขนาดว่าผมจะใช้อำนาจในการประหารชีวิตสื่อ มันอะไรกันนักกันหนา สื่อมีหน้าที่สองอย่างซึ่ง ผมไม่ต้องการไปอะไรมาก เหมือนกับกลุ่มสิทธิมนุษยชนเองก็ต้องทำหน้าที่สองอย่าง คือหน้าที่พันธกรณีที่ทำไว้กับต่างชาติ ผมไม่ได้ไปคัดค้าน หน้าที่คือเพื่อชาติของท่านในการทำงานของสื่อรัฐบาลและ ผมไม่ได้ขอให้ปกปิดสามารถตรวจสอบได้ทุกอย่าง แต่ต้องให้ความเป็นธรรมก่อนเพราะถ้านำเสนอไปแล้วก็จะผิดไปเลย ทุกอย่างต้องมีเหตุและผลในการตัดสินใจใคร่ครวญ เพราะการกล่าวหาใดๆจะต้องมีหลักฐาน อย่าพูดปากเปล่า วันนี้ประเทศชาติเสียหาย เพราะทำงานด้วยปาก มีการเขียนแผนแต่ไม่ลงมือทำจริงหรือทำไม่ถึงครึ่ง รัฐบาลจึงต้องเข้ามาจัดระเบียบวินัย จัดระเบียบบ้านเมือง บางคนทนไม่ได้บอกไม่เป็นประชาธิปไตย
"ผมถามว่าใช่หรือไม่ ว่างๆ ต้องถามมิตรประเทศด้วยว่าเขามีสถานการณ์แบบเราหรือไม่ ทั้งการใช้อาวุธสงครามและการใช้ระเบิดเราต้องอธิบายให้เข้าใจ และจากวันนี้ผมจะไม่เกรงใจตราบใดที่ยังมีการพูดให้กองทัพและประเทศเสียหาย เพราะผมมายืนตรงนี้ผมต้องรับผิดชอบทุกอย่างอยู่แล้ว แต่ทุกคนต้องร่วมมือกับผมในการสร้างความเข้าใจ ทุกคนในชาติถ้าเป็นคนไทยต้องช่วยกันเพื่อประเทศไม่ต้องมาช่วยผม การเป็นประชาธิปไตยที่ถูกต้อง คือประชาธิปไตยที่ไม่ละเมิดคนอื่นและไม่ทำให้คนอื่นลำบาก เสียชีวิต รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลคนไทยทั้งหมดจะเป็นสีไหน พรรคไหน ผมไม่สนใจ
"วันนี้รัฐบาลมีหน้าที่ดูแลคนไทยทั้งหมด 60-70 ล้านคนให้ได้ ไม่ว่าจะใส่เสื้อสีอะไร ผมไม่สนใจ เพราะเวลาของเรามีจำกัด และต้องช่วยกันสวดมนต์ให้รัฐบาลใหม่สานให้ได้ด้วย ทุกคนต้องทำตามรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ถ้าทำตามความต้องการของตัวเอง ต่อให้มีรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย 300 กว่าฉบับ ก็แก้ไม่ได้ ยิ่งทำก็ยิ่งวุ่น บางประเทศไม่มีรัฐธรรมนูญ แต่ทำตามจารีตประเพณียังดีกว่า เพราะคนเขามีคุณภาพ มีตรรกะ และมีเหตุผล และรับฟังคนอื่น ไม่ใช่ตั้งเข็มทิศอย่างเดียว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการล็อบบี้ให้เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล โดยใช้คำว่าประชาธิปไตย และใช้คำว่ากฎอัยการศึกในการคุกคามชีวิต วันนี้อ่านข่าวพาดหัวของสำนักข่าว CNN ที่ระบุว่าผมใช้อำนาจเต็มตามมาตรา 44 จะสั่งประหารนักข่าว ชึ่งตนอยากให้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร และตนก็จะให้สัมภาษณ์น้อยที่สุด เพราะไม่มีอะไรดีขึ้นมา ถ้าตนปรับปรุงตัวคนเดียว แต่คนอื่นไม่ปรับปรุงตัว แล้วก็มาบอกให้ใจเย็นๆ เพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง หากคนเหล่านั้นยังมาปรามาส ตนก็จะพูดให้หมดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ทุกคนมีแผลไม่ควรออกมาพูดในสื่อด้วยซ้ำ  ที่ผ่านมาผมได้บอกกับต่างประเทศเสมอว่าขอเวลาให้คนไทย แต่พอเริ่มทำก็มีปัญหา เพราะเขาไม่รู้ เห็นเพียงว่าบ้านเมืองเราสวยงาม แต่ไม่รู้ว่าข้างในเป็นโพรงทั้งสิ้น ตอนนี้เรากำลังเติมอิฐเติมทราย แต่ก็มีคนเอาน้ำมาราดตอนที่ยังไม่แห้ง คนพวกนี้ไม่ควรอยู่ในแผ่นดินนี้ ต้องใช้กฎหมายดำเนินการ ผมทนไม่ได้ที่จะให้ทำลายประเทศต่อไป ในเมื่อไม่เกรงใจผม ผมก็จะไม่เกรงใจใคร เพราะผมทำให้ประเทศผม ฉะนั้นคนที่ต่อต้านลองไปดูมีเบื้องหลังทั้งนั้น  ผมไม่เคยละเมิดใคร และตั้งแต่ประกาศใช้กฏอัยการศึก หรือมาตรา 44 ก็ไม่เคยมีคนตาย มีแต่คนที่ใช้อาวุธต่อสู้เจ้าหน้าที่ ฉะนั้นอย่าให้มากเกินไป  ส่วนสื่อก็ไม่เคยปิดปาก ไม่เคยปิดสักเล่ม ถ้าเขียนไม่ดีก็แค่เรียกมาคุยกัน ฉะนั้นต่อไปนี้ขอให้เขียนให้ดี ถ้าเขียนไม่ดีก็จำเป็น ผมไม่กลัวใครอยู่แล้ว ถ้าผมไม่กล้าก็ยืนอยู่ตรงนี้ไม่ได้ ถ้าคิดว่าผมไม่ดีก็บอกผม ผมไปให้อยู่แล้ว" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว  ที่พูดนี่มีใครสงสัยอะไรไหม พอพูดไปแล้วก็มีอารมณ์นิดหน่อยเพราะวิจารณ์ผมเยอะมาก มาถามเรื่องเศรษฐกิจผมคนเดียวจะรู้ทุกเรื่องไม่ได้ ผมนี่รู้มากกว่าคนเศรษฐกิจอีก อะไรที่เป็นนโยบาย เป็นหลักการก็กำลังทำอยู่ วันนี้คนที่ทำเศรษฐกิจเขาไม่ได้ปกป้องอะไร ถามว่าวันนี้อะไรแพงขึ้นในรัฐบาลทหารถ้าบอกมะนาวแพง เดี๋ยวไปรับที่บ้านผม ถ้าอยากกินมะนาวเยอะๆ วันละสัก 20 ลูกหรือจะเอาไปปลูกก็ใส่กระถางไป นี่เรียกว่าพูดเปรียบเทียบให้ฟังว่าทุกคนต้องช่วยตัวเองได้ ไม่ใช่ตื่นมาก็เป็นพญาธิปากขอ ผมสอนลูกน้องผมแบบนั้น ผมดูแลทั้งเสียงส่วนใหญ่และส่วนน้อย ที่เขาเรียกว่าประชาธิปไตย ให้ได้รับความพึงพอใจ  นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผมดูแลทั้งเสียงส่วนใหญ่และส่วนน้อย แต่จะเอาประชาธิปไตยมาแบ่งพวกกันไม่ได้ การต่อต้านเป็นเรื่องธรรมดาในประชาธิปไตย แต่ในสมัยผมจะมาชุมนุมยืดเยื้อ 6-7 เดือนไม่ได้ อย่ามาใช้คำว่าประชาธิปไตยตอนนี้ เราให้อยู่แล้ว มันเดือดร้อนอะไรตรงไหน  สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือการเลือกตั้ง มีรัฐธรรมนูญตามโรดแม็พ ไม่เคยเลื่อน ก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ตอนนี้ก็แทบฆ่ากันตายอยู่แล้ว ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะเกิดขึ้นต้องเน้นเรื่องปฏิรูปและธรรมาภิบาล ขอให้ส่งเสริมและอย่าทำร้ายกันและกัน  ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะเกิดขึ้นต้องเน้นเรื่องการปฏิรูปและธรรมาภิบาล ไม่ใช่ใช้แต่จินตนาการเท่านั้น แบบนั้นไม่ได้ อะไรที่เคยเป็นปัญหาในอดีตต้องแก้ได้ อะไรดีๆ ในรัฐธรรมนูญปี 2540-2550 เอามาใส่ถ้าแก้ปัญหาได้ และต้องแก้ไขได้ อะไรที่จะอยู่จนตายมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะที่ผ่านมาเขียนมาไม่เคยได้ใช้เพราะบังคับตัวเองกันไม่ได้ เสียดายโอกาส เวลาการเป็นศูนย์กลางอาเซียนแต่ไม่เคยทำได้ ผมจะทำให้ได้ไม่ได้ลอกใครแต่ปัญหาคือทำจริงหรือเปล่า ไม่ใช่แค่ทำรายงาน 3-4 แผ่นว่าทำไปและจบ อะไรที่ต้องตรวจสอบผมสั่งให้ตรวจทั้งหมด ผิดคือผิด อย่าบอกว่าไม่รู้ไม่ทราบ ทำผิดกฏหมายก็ต้องผิด เงินที่มันผิดกฎหมายก็คือผิดกฎหมาย จะมาบอกว่าคืนแล้วจบไปมันไม่ใช่ ไม่ถูกต้อง หากใครเดือดร้อนก็ส่งเรื่องมาทำเนียบฯ ได้ผมรับหมด ส่วนข้าราชการผมสั่งการไปบางครั้งก็สับสน บางคนชอบก็ดีไปตั้งใจทำงาน ส่วนใครที่ไม่ชอบบอกเป็นรัฐบาลทหารไม่รู้เรื่องอะไร แต่พอไล่เรียงรายละเอียดไปๆ มาๆ ทหารรู้เรื่องกว่าคุณอีก รู้ว่าจะทำอย่างไรให้เกิดผลไม่ใช่เอาแต่ในตำรา สุดท้ายนักเรียนโรงเรียนเสนาธิการทุกคน ขอช่วยให้ประเทศพัฒนา มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน"



อย่าปล่อยให้ "บิ๊กตู่" เป็นศิลปินเดี่ยว วันชัยวอนผู้กล้าออกโรงช่วย

2 เม.ย.58 นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) กล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลในขณะนี้ ว่า ขณะนี้บ้านเมืองอยู่ในสถานการณ์ไม่ปกติ รัฐบาลต้องวางรากฐานบ้านเมืองให้เข้มแข็ง แล้วค่อยนำไปสู่การเลือกตั้ง โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ถ้าแก้ไม่ได้จะอยู่ยาก ส่วนข้าราชการ และรัฐมนตรี ต้องทำงานแบบหามรุ่งหามค่ำ กระฉับกระเฉง เร่งเครื่อง อย่าเช้าชามเย็นชาม โดยเรื่องปัญหาการเมืองต้องแก้ด้วยนักการเมือง ปัญหาความมั่นคงต้องแก้ด้วยวิธีการของความมั่นคง เรื่องการทหารต้องแก้ด้วยทหาร
นายวันชัย กล่าวต่อว่า วันนี้มีทั้งปัญหาเรื่องการเมือง และความมั่นคง จึงต้องผสมผสาน ทั้งนักการเมือง และนักการทหาร อย่ามองแต่การทหารอย่างเดียว ที่พูดนั้นหวังดี เพราะเสียของมามากแล้ว คนเก่งคนดีมีมาก แต่ทั้งเก่งและดีแถมกล้าแบบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หายาก ซึ่งถ้าเก่งแล้วเอาตัวรอดไปวันๆ สู้เอานักบวชมาบริหารราชการแผ่นดินดีกว่า จึงถึงเวลาแล้วที่คนกล้า เก่ง และดี จะออกมาแสดงฝีมือ อย่าปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นศิลปินเดี่ยวอยู่คนเดียว



บทวิเคราะห์น่าอ่านดี

“เครือข่ายแม้ว” พ่ายยับ เกมคว่ำ “กฏอัยการศึก” หากยังทู่ซี้สู้ต่อก็ต้อง “ลงขัน” ควักกระเป๋าทุบกระปุกออมสิน-เงินก้นถุงออกมาต่อกรกับรัฐบาล คสช.ที่วันนี้มีทุนหน้าตักรับแทงได้ไม่อั้น อีกทั้งเสียงสนับสนุนของประชาชนท่วมท้นให้เผด็จศึกกำจัดเนื้อร้ายในระบอบแม้วเสียให้สิ้นซาก จะได้เดินหน้าปฏิรูปประเทศกันใหม่เสียที ประเด็นจึงมีอยู่ว่า..แม้วและเครือข่ายยังใจสู้อยู่อีกหรือเปล่า เพราะการทำรัฐประหารครานี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ ที่ผ่านมา ไม่มีขิงแก่ใจดีที่วันๆ คิดแต่จะปรองดองกับโจรปล้นชาติ ไม่มี ท.ทหาร “ถั่งเช่า” ของกองทัพที่คิดแต่จะ “เกี้ยเซี้ย” แล้วนับ 1 โกงกินประเทศกันใหม่ คณะผู้ทำการรัฐประหารครานี้ต่างจากที่ผ่านมาลิบลับ เพราะยึดโยงอยู่กับประชาชน และสถาบันหลักของชาติเท่านั้น เรื่องของนักการเมือง-กลุ่มก้อนต่างๆ เป็นเรื่องรอง ที่สำคัญคนทำการรัฐประหารแทบไม่มีบาดแผลให้ฝ่ายตรงข้ามแขวะ หรือขุดคุ้ยเรื่องฉาวออกมาโจมตีได้เลย นอกจากเรื่องปากเร็วไปหน่อยตามวิสัยของชายชาติทหาร ที่มักมีนิสัยเช่นนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ  จะจบเร็ว-หรือช้า ณ. เวลานี้ต้องวัดใจแม้วแล้วว่ายังจะสู้ต่อหรือไม่-อย่างไร..กับเกมที่มองแล้วไม่มีอนาคตชนะได้เลยกับคู่ต่อสู้ที่มีทุนหน้าตัก + อำนาจมากมายขนาดนี้..เพราะถ้าขืนสู้ต่อไปก็มีแต่เจ๊งลูกเดียวไม่มีเจ๊าอย่างแน่นอน..
ที่สุด “กฎอัยการศึก” ก็ถูกอัญเชิญกลับไปเก็บบนหิ้งตามเดิม หลัง “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” เมื่อครั้งยังเป็นแค่ผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ประกาศใช้เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 57 ก่อนมีการรัฐประหารเพียง 2 วัน นับนิ้วจนถึงวันนี้ก็ประกาศใช้มาเกือบครบปี หย่อนไปเพียงเดือนกว่าๆ เท่านั้น
พล.อ.ประยุทธ์ ในวันนี้ที่สวมบททั้งนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับรู้ดีถึงกระแสความไม่ปลื้มที่ประเทศไทยยังมี “กฎอัยการศึก” อยู่ ทั้งกระแสในประเทศเอง และการยอมรับของต่างชาติ เพราะคำว่า “กฎอัยการศึก” ที่เขียนในภาษาอังกฤษว่า “Martial law” โลกตะวันตกที่ชอบอ้างว่าตัวเองเป็นประชาธิปไตยซีเรียสกับคำนี้มาก เพราะเป็นกฎหมายที่ใช้ใน “ภาวะสงคราม” เท่านั้น บางประเทศถึงกับมีการระบุไว้ในรัฐธรรมนูญของตัวเองเลยว่าจะไม่คบค้าสมาคมกับประเทศที่มี “Martial law” เลยด้วยซ้ำ ที่ผ่านมาจึงมาความพยายามในการออกแบบกลไก-เครื่องมือมารองรับสถานการณ์แทนก่อนจะมาลงตัวที่มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว
การยกเลิก “กฎอัยการศึก” ก็เหมือนกับช่วยให้ “บิ๊กตู่” สามารถไปบอก “ชาวโลก” ได้ว่าประเทศไทยปลดล็อกแล้ว เพียงแต่ต่างชาติจะฟังหรือไม่ฟังก็เป็นอีกเรื่อง เพราะไม่เพียงคนไทยเท่านั้น ชาวต่างชาติโดยเฉพาะที่เกาะติดสถานการณ์ในไทยรู้ดีถึงความน่าสะพรึงกลัวของ “มาตรา 44” ดี ด้วยความที่ให้อำนาจแก่หัวหน้า คสช. แบบครอบจักรวาล จึงเป็นที่มาของการย้ำหนักหนาของ “คนในรัฐบาล” ว่าจะใช้อำนาจนี้อย่าง “สร้างสรรค์” พลันที่ออกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2558 ที่อาศัยความตามอำนาจตาม “มาตรา 44” ออกมาให้ยลโฉมกัน ทุกคนก็ถึงบางอ้อทันทีว่า “กฎอัยการศึก” ไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่จำแลงกายมาอยู่ในคำสั่ง คสช. ฉบับนี้เอง หลายเสียงบอกด้วยซ้ำว่า ข้อบังคับ-ข้อกำหนดต่างๆ ดูจะหนักข้อกว่า “กฎอัยการศึก” เสียอีก
“ผมมั่นใจมาตรา 44 ไม่ไปทำให้ใครเดือดร้อน โดยเฉพาะคนดีๆ จะเดือดร้อนไหม คนที่จะเดือดร้อนเป็นพวกที่คิดไม่ดีกับบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายตรงข้ามหรือใคร ที่คิดไม่ดีต่อบ้านเมืองพวกนี้อาจเดือดร้อน” คือคำพูดของ “บิ๊กป้อม-พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง แปลความตรงๆก็เป็นเสียงที่กระแทกไปถึง “ฝ่ายเสื้อแดง-เครือข่ายนายใหญ่” ซึ่งที่ผ่านมาสลับหน้ากันออกแอ๊คชั่นเรียกร้องให้ยกเลิก “กฎอัยการศึก” ไม่เว้นแต่ละวัน แต่พอมีคำสั่ง คสช. 3/2558 ที่ใช้อำนาจตาม “มาตรา 44” บรรดา “ลิ่วล้อนายใหญ่” ก็แทบกระอักเลือด เพราะเกือบทุกข้อกำหนดที่ออกมายังเหมือนกับเป็นการ “ขังแดง” ให้อยู่ใน “กรง” กระดิกไม่ได้-เคลื่อนไหวไม่สะดวก ความเข้มข้นของกฎหมายไม่ได้ผ่อนปรนลงเลยแม้แต่น้อย ถือเป็นการดัดหลังแผนการ “โลกล้อมไทย” ที่มีข่าวว่า “นักโทษหนีคดี” หมดไปเยอะกับการควักกระเป๋าจ้าง “ล็อบบี้ยิสต์” ที่มีทั้ง สื่อมวลชน-นักการทูต-อดีตนักการทูต-นักการเมือง-นักกฎหมาย ร่วมกันเดินเกมกระทุ้งเรื่อง “กฎอัยการศึก” ดิสเครดิต “รัฐบาลบิ๊กตู่” ไปทั่วโลก โดยเฉพาะในช่วงเข้าสู่ศักราชใหม่เป็นต้นมา จะเห็นได้ว่าบรรดา NGO นักเคลื่อนไหว ที่คอยให้ข้อมูลกับ “ต่างประเทศ” ออกมาแอนตี้และกดดันให้ “รัฐบาลบิ๊กตู่” ยกเลิก “กฎอัยการศึก” ผ่านแถลงการณ์บ่อยครั้ง “รัฐบาล คสช.” จึงแก้เกมด้วยการเก็บ “กฎอัยการศึก” ไว้บนหิ้ง และนำ “มาตรา 44” มาใช้แทน ถือเป็นแผนเด็ดแก้เผ็ด “เครือข่ายแม้ว” ได้พอสมควร เพราะหากต้องการเดินแผนต่อ ก็ต้องควักกระเป๋าจ้างอีก เนื่องจากบรรดา “ล็อบบี้ยิสต์” ก็อ้างผลงานวางบิลทันทีว่า “นี่ไง ประเทศยกเลิกกฎหมายศึกแล้ว” แหล่งข่าวระบุว่า “รัฐบาลประเมินแล้ว เห็นว่าการยกเลิกกฎอัยการศึกเป็นผลดีมากกว่าที่จะคงเอาไว้ แม้การออกคำสั่งตามมาตรา 44 จะไม่ได้ลดทอนอำนาจของนายกฯ ลง ซึ่งพวกล็อบบี้ยิสต์ ก็ต้องชี้แจงให้นานาชาติเข้าใจในตัวคำสั่งตามมาตรา 44 แต่ถือว่าหมดข้ออ้างไปพอสมควร เพราะในต่างประเทศเอง ก็มีหลายรัฐบาลที่ใช้กฎหมายรุนแรงลักษณะนี้ มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพ แต่ก็ไม่ใช้คำว่า Martial law ซึ่งนานาประเทศก็ยอมรับได้ ทั้งๆที่ตัวบทกฎหมายแรงกกว่ามาก”
ตรงกันข้าม “รัฐบาลบิ๊กตู่” มีนโยบายชัดเจนมาตั้งแต่แรกแล้วว่า จะไม่จ้าง “ล็อบบี้ยิสต์” ให้เดินเกมนอกประเทศแทนเป็นอันขาด เพราะอยากให้ กระทรวงการต่างประเทศ อาศัยเครือข่ายชี้แจงกับ “โลก” ให้เข้าใจมากกว่า ที่สำคัญ “บิ๊กตู่” ไม่อยากสิ้นเปลืองงบประมาณในการจ้าง “ล็อบบี้ยิสต์” เพราะ “เงิน” ที่ต้องจ่ายก้อนโตพอสมควร  แน่นอนว่า เกมบนกระดานโลก ระหว่าง “รัฐบาลบิ๊กตู่” กับ “เครือข่ายแม้ว” ยังต้องต่อสู้กันต่อไป ต้องจับตาดูเกมต่อไป ที่มีโอกาสสูงที่จะพุ่งประเด็นไปที่ “ศาลทหาร” เพราะในข้อบังคับตาม “มาตรา 44” ยังไม่ชัดเจนว่า จะให้อำนาจ “ศาลทหาร” มีขอบเขตเท่าไรกันแน่ มีแต่ระบุว่าให้ “เจ้าพนักงาน” ที่จะแต่งตั้งขึ้นมีอำนาจสอบสวน  ซึ่งตรงนี้ต้องวัดเหลี่ยมกันอีกครั้งว่า “เครือข่ายแม้ว” จะหยิบไปเป็นประเด็นโจมตีหรือไม่ เพราะหากหยิบไปโฆษณาชวนเชื่อ ฟ้องให้ “โลก” ระแวง “รัฐบาลบิ๊กตู่” อีก แต่การแก้เกมเรื่องนี้ง่ายนิดเดียว เพียงแค่ “บิ๊กตู่” ยกเลิกคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 37-38-50 ก็สามารถปลดล็อกได้แล้ว ส่วนจะใจดีให้ “ผู้ต้องหา” สู้ได้ 3 ศาล อย่างที่เป็นข่าวหรือไม่ ต้องรอติดตาม  งานแก้เกมช็อตต่อช็อตคงต้องมีอีกหลาย “กระดาน” ให้เล่นกัน จากนี้ไปต้องจับตา “เกมนอกประเทศ” ว่าทั้งสองฝ่ายจะมีหมากเด็ดอะไรมาขบเหลี่ยม-เฉือนคมกันอีก...


วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2558

“ความเสื่อมถอยของมหาอำนาจ”/สื่อไทยใครรับทรัพย์มาจากไอ้กัน





ถลกหนังหัวไอ้กันไอ้เหลี่ยมให้คนไทยตื่นกันซะที อิทธิพลต่างชาติ มีวาระทำลายประเทศไทย

เพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อเนื่องจากคอลัมน์ของป๋าเปลวสีเงินเเห่ง นสพ.ไทยโพสต์ ที่เขียนฉีกหน้ากากผลประโยชน์สหรัฐกับระบอบทักษิณได้อย่างชัดเจนไม่ไว้หน้า เเละได้กล่าวถึงข้อความของนักข่าวคนหนึ่งที่ตีเเผ่เรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาได้อย่างเห็นภาพ จึงคัดลอกที่ข้อความนี้มาเผยเเพร่ต่อเนื่องเพื่อความเข้าใจต่อเรื่องราวที่คนไทยต้องรับรู้เเละรับมือกับภัยคุกคามนี้โดยด่วนพร้อมๆกันครับ
"บทความของนาย โทนี่ คาตาลุชซี่ ช่วยอ่านแล้วส่งต่อให้เยอะๆ ถลกหนังหัวไอ้กันไอ้เหลี่ยมให้คนไทยตื่นกันซะที
อิทธิพลต่างชาติ มีวาระทำลายประเทศไทย
“วาทะการทูตอันต่ำทรามของนายแดเนียล ทำให้คนไทยหูตาสว่าง สำเหนียกว่า แท้จริงความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจระหว่างระบอบทักษิณ กับกลุ่มจารีตเก่า แต่เป็นการต่อสู้ของคนไทยกับอำนาจอิทธิพลจากต่างประเทศ ที่มีวาระทำลายอธิปไตย การเมือง และสถาบันหลักของชาติไทย”
โทนี่ คาตาลุชชี่ อดีตผู้สื่อข่าวสงคราม และนักวิเคราะห์การเมือง เขียนบทความในบล๊อคส่วนตัว เตือนสติทำเนียบขาวว่า พฤติกรรมต่ำทรามของกระทรวงประเทศสหรัฐที่มุ่งมั่นสนับสนุน ฟื้นฟูระบอบทักษิณ สมุนหุ่นเชิดกลุ่มการเมืองทุนสามานย์ในอเมริกา ให้กลับมามีอำนาจทางการเมือง ทำให้คนไทยจำนวนมากได้สำนึกว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การต่อสู้ระหว่างระบอบทักษิณกับกลุ่มจารีตเก่าอีกต่อไป แต่คนไทยกำลังต่อสู้กับอิทธิพลจากต่างประเทศ ที่มีวาระทำลายอธิปไตย กระบวนการทางการเมือง และสถาบันหลักของชาติ
บทความชื่อว่า “ความเสื่อมถอยของมหาอำนาจ” เริ่มต้นว่า ความเสื่อมถอยของอเมริกา เริ่มต้นจากเกาะฮ่องกง บัดนี้ในประเทศไทย ที่อเมริกาวางแผนจัดตั้งระบอบตัวแทนหุ่นเชิด เพื่อขยายอิทธิพลในเอเชียแปซิฟิก ผลลัพธ์กลายเป็นไฟลนก้นตัวเอง
โทนี่ไม่ได้ขยายเรื่องความล้มเหลวในฮ่องกง จึงต้องอธิบายนิดหนึ่งว่า ซีไอเอสร้างสถานการณ์ ให้สมุนบริวารในเกาะฮ่องกง สร้างความวุ่นวาย ลุกฮือขึ้นเรียกร้องประชาธิปไตย ให้มีการเลือกตั้งเสรีตามแนวทางประชาธิปไตยแบบวอลสตรีท ซีไอเอให้ทุนนักวิชาการในเกาะฮ่องกงทำวิจัยเรื่องประชาธิปไตย แล้วกลับมาล้างสมองเยาวชน ให้ลุกฮือขึ้นมาประท้วงในนามของ“การปฏิวัติร่ม” แต่มังกรจีนรู้ทันเล่ห์ร้ายของอินทรีย์แก่ทำให้ “ปฏิวัติร่มกลายเป็นปฏิวัติรั่ว”
ส่วนในประเทศไทย โทนี่ให้รายละเอียดไว้ว่า อเมริกาซึ่งให้การสนับสนุนระบอบทักษิณ อย่างแข็งขันตลอดมา จนกระทั่งถึงวันที่ระบอบทักษิณกำลังล่มสลายเพราะคนไทยส่วนใหญ่ทนไม่ได้กับนักการเมืองทุนสามานย์ที่โกงชาติปล้นแผ่นดิน ทำลายหลักนิติธรรม ศีลธรรม เข่นฆ่าประชาชน ทำลายสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่สุด ซึ่งทำให้คนตายเกือบ 3,000 คน จากนโยบายปราบปรามยาเสพติด
ระบอบทักษิณใช้กองกำลังเถื่อน ก่อจลาจลและฆ่าฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองตายนับร้อยคนในปี พ.ศ.2553 แต่ก็ยังได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากอเมริกา จนล่าสุดระบอบทักษิณกำลังล้มเหลว เข้าตาจน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวทักษิณ ถูกถอดถอนสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี และนางกำลังจะขึ้นศาลอาญาในข้อหาทุจริตโครงการจำนำข้าว ซึ่งทำให้ประเทศชาติเสียหายหลายแสนล้านบาท
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐพยายามเต็มที่ที่จะช่วยเหลือฟื้นฟูระบอบทักษิณ ส่งนายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศมากล่าวสุนทรพจน์ โจมตีกดดันประเทศไทย ด้วยความมุ่งหวังที่จะฟื้นฟู และปกป้องระบอบทักษิณ โดยไม่คำนึงถึงผลร้ายที่จะตามมา
โทนี่เขียนต่อไปว่า “เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า ทำไมอเมริกาถึงได้ทำลายหลักการทูตและมีเป้าหมายทำลายอธิปไตยของไทย โดยเข้ามาแทรกแซงกิจการภายใน เพื่อฟื้นฟูระบอบทักษิณขึ้นมา สำหรับประเด็นนี้ให้ทุกคนรับรู้ไว้ด้วยว่า ทักษิณ เป็นเพื่อนสนิท เป็นสมุนรับใช้นักการเมืองทุนสามานย์ตระกูลบุช มาเป็นเวลายาวนาน
ตั้งแต่เริ่มต้นเข้าสู่สนามการเมืองเมื่อทศวรรษที่ 2540 ทักษิณ ได้เข้าไปเป็นที่ปรึกษา บริษัท Carlyle Group ซึ่งเป็นบริษัทกงสีใหญ่ ที่หาทุนการเมือง ให้เงินสนับสนุนซีไอเอ สร้างเหตุร้าย ทำลายความมั่นคงของประเทศต่างๆทั่วโลกที่ไม่สมประโยชน์กับอเมริกา
นับตั้งแต่วันแรกที่ทักษิณถูกโค่นอำนาจเมื่อเดือนกันยายน 2549 กลุ่มบริษัทประชาสัมพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตลอดถึงกลุ่มลอบบี้ยีสต์ ที่มีอิทธิพลทางการเมืองในวอชิงตัน ซึ่งอยู่ในอาณัติของบริษัท Carlyle ช่วยสร้างกระแส ประชาสัมพันธ์ สนับสนุนระบอบทักษิณ อย่างเปิดเผย
บริษัทที่โทนี่ นำมาแฉ มีตั้งแต่กลุ่มบริษัท Kenneth Adelman of the Edelman PR firm ของนายเจมส์ เบเกอร์ อดีต รมว.ต่างประเทศสหรัฐ และบริษัทประชาสัมพันธ์ใหญ่ในเครือข่ายนักการเมืองตระกูลบุช อีกจำนวนมาก บริษัทที่เคลื่อนไหวหนักล่าสุดคือ Robert Amsterdam of Amsterdam & Partners (Chatham House)
โทนี่ ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ยอมทำลายพิธีการทูต เพื่อช่วยเหลือระบอบทักษิณ เพราะในขณะที่อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทางทักษิณได้รับใช้ผลประโยชน์อเมริกาเต็มที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมืองและความมั่นคง แม้จะถูกทัดทานจากกองทัพบกไทย ทักษิณยังดื้อรั้น ส่งกำลังทหารไปช่วยอเมริการบในสงครามรุกรานอีรัก ทักษิณเป็นคนอนุมัติให้ ซีไอเอ ใช้ประเทศไทยทรมานผู้ต้องหาก่อการร้าย ฯลฯ
นักวิเคราะห์การเมืองชาวอเมริกัน คนนี้ได้สรุปในบทความของเขาว่า “วาทะการทูตอันต่ำทรามของนายแดเนียล ทำให้คนไทยหูตาสว่าง และสำเหนียกว่า แท้จริงแล้วความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการต่อสู้ เพื่อแย่งชิงอำนาจ ระหว่างระบอบทักษิณ กับกลุ่มจารีตเก่า แต่เป็นการต่อสู้ของคนไทย กับอำนาจอิทธิพลจากต่างประเทศ ที่มีวาระทำลายอธิปไตย กระบวนการทางการเมือง และ สถาบันหลักของชาติไทย”
บทสรุปของโทนี่ คาตาลุชชี่ นักวิเคราะห์ ที่รู้เช่นเห็นชาติ นักการเมืองทุนสามานย์ในอเมริกาสอดคล้องกับกระแสข่าวจากพรรคเพื่อไทย ที่บอกว่าทักษิณซึ่งเก็บตัวเงียบตั้งแต่ทหารยึดอำนาจ มีคำสั่งมายังสมุนบริวารว่า ให้อยู่เฉยๆไปก่อนโดยบอกว่า “ระยะนี้ให้พวกเราเก็บตัวเงียบไว้ก่อน ไม่ต้องทำอะไรเพราะมีอเมริกา กับยุโรป ช่วยทำให้แล้ว”
บทบาทของอเมริกา และกลุ่มประเทศอียูที่กดดันประเทศไทยทางการทูต ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ยกเลิกศาลทหาร ยกเลิกกฎอัยการศึก และจัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว จึงมองได้ว่าเป็นการกระทำที่สมรู้ร่วมคิดกับระบอบทักษิณพฤติกรรมของนายแดเนียล และ เจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐบางคน ที่เคลื่อนไหวพบปะแกนนำเสื้อแดงทางภาคอีสานทุกวันนี้ จึงเป็นที่ยืนยันได้ว่า ซีไอเอ ได้เข้ามามีบทบาทสร้างความวุ่นวายในประเทศไทยมาเป็นเวลานานแล้ว เหตุร้ายและความรุนแรงที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่มวลมหาประชาชนหลายล้านคน ประท้วงขับไล่รัฐบาลทรราช หลายคนรู้ว่า ซีไอเอและบริษัทประชาสัมพันธ์ มีส่วนสำคัญในการตายของวีรชน ที่ร่วมขับไล่รัฐบาล ซีไอเอซึ่งมีอยู่กว่า 2,000 คนในประเทศไทย ให้การสนับสนุนด้านยุทธวิธี และอาวุธแก่กองกำลังเถื่อนเข่นฆ่าประชาชนหวังจุดชนวนสงครามกลางเมือง
บริษัทประชาสัมพันธ์รับหน้าที่สร้างกระแสสงครามกลางเมือง ส่งสื่อในสังกัดไปเกาะติดกองกำลังเถื่อน ตามจังหวัดที่เป็นฐานเสื้อแดง เช่น ปทุมธานี อุดรธานี ขอนแก่น เชียงราย เชียงใหม่ ฯลฯ สื่อเหล่านี้สร้างภาพให้เห็นว่า กองกำลังเถื่อนมีศักยภาพมากพอที่จะก่อสงครามกลางเมือง แบ่งแยกประเทศเป็นไทยใต้ กับอีสานล้านนา กระแสสงครามกลางเมืองนอกจากสร้างผ่านกองกำลังเถื่อน ยังสร้างกระแสผ่านคำสัมภาษณ์ของรัฐมนตรีในยุคนั้นด้วย
สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยเกิดขึ้นพร้อมๆ กับเหตุการณ์ทางการเมืองในยูเครน คือ ตั้งแต่เดือน ต.ค.2556 การชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลทรราชเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน และอเมริกาเข้าไปแทรกแซงพร้อมๆ กัน ต่างกันตรงที่ในยูเครน ซีไอเอ ส่งอาวุธไปช่วยผู้ประท้วง โค่นล้มรัฐบาล แต่ในประเทศไทย ซีไอเอ เข้ามาช่วยเข่นฆ่าผู้ประท้วงรัฐบาล ซีไอเอเข้ามาช่วยพยุงฟื้นฟูรัฐบาลลูกสมุนหุ่นเชิด ที่กำลังล่มสลาย
ประเทศยูเครน หลังจากอเมริกาส่งอาวุธ และเงินไปช่วยโค่นล้มรัฐบาลฝักใฝ่รัสเซียได้สำเร็จ ผลที่ตามมาคือ เกิดสงครามกลางเมือง ยูเครนแยกออกเป็นสองเสี่ยง ฝ่ายหนึ่งอยู่ใต้อาณัติของอเมริกา ฝ่ายหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย ตั้งแต่เดือนเมษายน2557 จนถึงวันนี้ มีคนล้มตายไปแล้วกว่า 50,000 คน สงครามกลางเมืองในยูเครน กำลังพัฒนาไปเป็นสงครามโลกครั้งที่สาม
ในประเทศไทย ตั้งแต่คณะทหารยึดอำนาจจากรัฐบาลเถื่อนของนางสาวยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 คสช. สามารถสลายกองกำลังเถื่อนได้ส่วนหนึ่ง ตัดความช่วยเหลือทางด้านก่อการร้ายจาก ซีไอเอ ลงไปได้ระดับหนึ่ง หยุดยั้งการนองเลือด ทำลายแผนการซีไอเอ ที่จะก่อสงครามกลางเมือง เพื่อทำให้เกิดมิคสัญญีในประเทศไทย ในห้วงเวลา 9 เดือนที่ผ่านมา คสช.เพียงแต่ทำให้ความรุนแรงที่เกิดจากฝีมือของกองกำลังเถื่อน โดยการสนับสนุนของ ซีไอเอ หยุดยั้งได้ระดับหนึ่ง แต่ความพยายามทำลายอธิปไตย ความมั่นคง กระบวนการทางการเมือง และสถาบันหลักของชาติ ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ดังกรณีของนายแดเนียล รัสเซล โฆษกกระทรวงต่างประเทศอเมริกา และอุปทูตอเมริกาประจำประเทศไทย
ถึงเวลาแล้ว ที่คนไทยทุกสีต้องตระหนัก ดังที่โทนี่ คาตาลุชชี่ เตือนว่า ความขัดแย้งทางการเมืองไม่ได้จำกัดอยู่แค่ ความขัดแย้งระหว่างระบอบทักษิณกับกลุ่มจารีตเก่า “แต่เป็นการต่อสู้ของคนไทย กับอำนาจอิทธิพลจากต่างประเทศ ที่มีวาระทำลายอธิปไตย กระบวนการทางการเมือง และ สถาบันหลักของชาติไทย”

คอลัมน์ป๋าเปลวสีเงิน นสพ.ไทยโพสต์ครั้งนี้จัดเต็มครับนโยบายการเมืองระหว่างประเทศของสหรัฐและการเลือกข้างระบอบทักษิณเพื่อประโยชน์เฉพาะของชาติสหรัฐคือ ภัยคุกคามประเทศไทยที่เเท้จริง ชัดเจนเห็นด้วย100%ครับ ซับซ้อนแต่ไม่สับสน "ไทย-สหรัฐ"
ByadminMar 27, 20150 Comments  :  
"ไทยกับสหรัฐ" นี่...จะว่าไปแล้ว เหมือนแพะกะแกะ........!
ไทยมี "ธัมมชโย" หน้ากากเป็นพระ แต่ใต้หน้ากากเยี่ยงโจร พฤติกรรมผนึกลัทธิธรรมกายประสานระบอบทักษิณ ซึ่งมีเป้าหมายเปลี่ยนไทยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขไปเป็น "แดงทั้งแผ่นดิน"
ส่วนสหรัฐ หน้ากากประชาธิปไตย ใต้หน้ากากคือจอมโจรเผด็จการโลก ปล้นและรุกรานทุกประเทศที่ไม่สยบยอมอยู่ใต้จักรวรรดิอำนาจ ที่จะสถาปนาเป็น "รัฐบาลโลก"
เศรษฐกิจประเทศตกอยู่ในภาวะ "ล่มจมถาวร" ก็งัดลูกไม้เก่าที่เคยใช้ได้ผลมาแล้วสมัยสงครามโลก "สร้างสงคราม" แก้ปัญหาเศรษฐกิจ  การ "สร้างสงคราม" คือการสร้าง "ดีมานด์-ซัพพลาย" ด้านอาวุธอันเป็นสินค้าหลักที่ทำเงิน-ทำทองเป็นกอบเป็นกำให้สหรัฐ  สรุปคือ ที่สู้รบกันนัวเนียจนแยกไม่ถูกแล้วว่าพวกไหน-เป็นพวกไหนทั้งโลก โดยเฉพาะย่านตะวันออกกลางเวลานี้ ไม่ว่าฝ่ายมิตร ฝ่ายศัตรู  ลูกค้าอาวุธสหรัฐทั้งนั้น!  ทั้งอิรัก อิหร่าน อิสราเอล ปาเลสไตน์ ซีเรีย อียิปต์ ลิเบีย เยเมน ไอซิส อัลกออิดะห์ ชีอะห์ สุหนี่ โบโกฮาราม ฯลฯ อาวุธใช้ฆ่ากันทั้งภาคพื้นดิน บนดิน ใต้น้ำ เหนือน้ำ  MADE IN USA แทบทั้งนั้น!
ล่าสุด...สดๆ ร้อนๆ ขณะนี้ซาอุดีอาระเบีย "ติ่งสหรัฐ" ยกทัพ ๙ พันธมิตร เช่น เอมิเรตส์ บาห์เรน กาตาร์ คูเวต ขนระเบิดใส่เครื่องบินไปถล่มกลุ่มกบฏฮูซีย์ในเยเมน ผมจะไม่เล่ารายละเอียด เพียงยกมาให้เห็นว่า ซาอุฯ นั้น กินทองคำแทนข้าว...ไม่แปลก แต่ที่เหมือนกินดีหมี-ดีเสือ ยกทัพไปทำสงครามกับอีกประเทศแบบนี้  แปลกยิ่งกว่า "แปลก พิบูลสงคราม" ซะอีก! ถ้าไม่เพราะลูกพี่สหรัฐถีบหลังให้ออกหน้าทำแทน ต่อให้ชาติหน้า ลำพังซาอุฯ มีหรือจะกล้าขนาดนั้น?แล้วทำร้อนตัวซะด้วยนะ..........! พอไปถล่มกรุงซานา เมืองหลวงเยเมน ที่กบฏซีย์ติยึดไว้ปุ๊บ ทูตซาอุฯ ประจำสหรัฐออกมาบอกปั๊บเลยว่า  "สหรัฐเปล่าสั่ง"......พวกหนูคิดเอง-ทำเอง!  ซาอุฯ เป็นนอมินีสหรัฐไปถล่มเยเมนเพราอะไร ถ้าอยากรู้ชัด ต้องเอาแผนที่มากางดูประกอบด้วย
เยเมน คือ "ยุทธศาสตร์ทางทะเล" ในมหาสมุทรอินเดีย รองมาจาก "ช่องแคบฮอร์มุซ" สำหรับประเทศที่มีน้ำมันเป็นสินค้าในตะวันออกกลาง และโดยเฉพาะ....สหรัฐ! ใช้เป็นทั้งเส้นทางส่งกำลังบำรุง และเส้นทางขนส่งน้ำมันสายหลัก ๑ ใน ๓ ของโลก! น้ำมันทั้งหมดจากตะวันออกกลาง จะต้องลำเลียงผ่านช่องแคบฮอร์มุซสู่อ่าวเปอร์เซีย จากอ่าวเปอร์เซีย ออกมหาสมุทรอินเดีย แล้วมาลอด "ช่องแคบมะละกา" ระหว่างบ้านเรากับมาเลย์ ไปทะลุออกทะเลจีนใต้ ไปญี่ปุ่น เกาหลี เรียกว่าออกมหาสมุทรแปซิฟิก ไปสหรัฐต้องผ่านช่องแคบนี้ทั้งนั้น  ทีนี้...เจ้าช่องแคบฮอร์มุซ มันอยู่ระหว่าง "อิรัก-อิหร่าน" แล้วตอนนี้ ล่อกันนัวเนียไปหมด  อิหร่านมีไพ่ตายอยู่ในมือตรงนี้.........!  ฮึ่มๆ อยู่ทุกวัน ถ้าอิสราเอลหรือสหรัฐ หรือหน้าม้าสหรัฐรายไหน "ถล่มอิหร่าน" บ้านเขาละก็ "กูปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่ให้เรือน้ำมันเข้า-ออกทันที"! ก็ตูดสะดุ้งไปตามๆ กัน สหรัฐตูดใหญ่กว่าเพื่อน ต้องใช้พื้นที่มาก เลยต้องสั่งสมุนซาอุฯ นำทีมบินไปถล่มกบฏฮูซีย์ที่ยึดเยเมนไว้ หลังจากขับไล่ประธานาธิบดีฮาดีหนีซุกหัวซุน  เท่ากับสหรัฐส่งซาอุฯ ไปยึดเยเมนไว้เป็น "ยุทธศาสตร์สำรอง" ทางทะเล เผื่ออิหร่านบ้าดีเดือดปิดช่องแคบฮอร์มุซขึ้นมาจริงๆ ก็ยังพอไหว!  ที่พูดมานี้ ต้องการให้เห็นว่า เผด็จการโลกตัวจริงคือสหรัฐ แต่อาศัยความ "ตีนใหญ่" สมุนรับใช้เยอะ  มันจึงเที่ยวรังควาน สร้างเรื่องขึ้นทั้งโลก แล้วอ้างพิทักษ์ประชาธิปไตย ทั้งที่มันนั่นแหละตัวบ่อนทำลายประชาธิปไตยโลก "ตัวจริง"  หวังค้า-หวังขายอาวุธเท่านั้น!  กับบ้านเรา เข้าใจว่า "ระบอบทักษิณ" เพียวๆ เป็นตัวการล้มสถาบัน-ยึดครองประเทศ แต่เวลานี้ทุกอย่างเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่า........คนอยู่เบื้องหลังระบอบทักษิณคือ "สหรัฐอเมริกา" ภายใต้องค์การ CFR ขบวนการจัดระเบียบโลกใหม่เป็น "รัฐบาลโลก" หรือ New World Order!  ทักษิณฆ่าตัดตอนเป็นพันๆ ศพ ฆ่ากรือเซะ-ตากใบ สั่งสมุนก่อจลาจล เผาบ้าน-เผาเมือง ขนาดบุกยึดโรงพยาบาลอันเป็นโทษฉกรรจ์ในกติกาโลก  กระทั่งรัฐบาลน้องสาว ยกโจรเป็นแผงเข้าวงจรบริหาร ทั้งคอร์รัปชัน โกง-กิน สร้างทัศนคติให้สังคมยอมรับการโกงแล้วเอามาแบ่งกัน ล้มตลาดข้าวอันเป็นเส้นเลือดไทย โกงค่าข้าวชาวนาจนฆ่าตัวตาย  ประเทศตกอยู่ในภาวะ "สุญญากาศทางอำนาจบริหาร" ในที่สุด! สารพัด-สารพัน ในคราบประชาธิปไตยคุมเผด็จการรัฐสภาทำลายสังคมชาติบ้านเมือง  แต่จากปี ๒๕๔๔ ยุคทักษิณ จนถึงกลางปี ๒๕๕๗ ยุคน้องสาวทักษิณ  สหรัฐ.......บอกดี เป็นประชาธิปไตย!.....แต่พอ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ายึดอำนาจการปกครองประเทศ เนื่องจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ "ล้มละลาย" ทั้งทางกฎหมายและทางความเชื่อถือประชาชนบ้านเมืองสงบ สุจริตชนเป็นสุขด้วยเสมอภาคทางบริหาร ที่สำคัญไม่ปรากฏคำว่า "คอร์รัปชัน" เกิดขึ้นในรัฐบาล คสช.แต่สหรัฐบอกไม่ดี เป็นเผด็จการ.....แล้วก็เผยตัวตนประหนึ่งหัวหน้าขบวนการ "แดงทั้งแผ่นดิน" ส่งรัฐมนตรี ส่งทูต เข้ามาทำอย่างที่อารยชาติไหนเขาก็ไม่ทำกัน เพ่นพ่าน-ชักใย ไปเหนือ-ไปอีสาน สมสู่ให้ระบอบทักษิณ "ได้ใจ-เหิมเกริม" ว่า สหรัฐอเมริกา "ลูกพี่ใหญ่" พวกกู!
"โทนี คาตาลุชชี" อดีตผู้สื่อข่าวสงครามและนักวิเคราะห์การเมือง เขาเขียนบทความในบล็อกส่วนตัว เตือนสติทำเนียบขาวว่า.... "พฤติกรรมต่ำทรามสหรัฐที่มุ่งมั่นสนับสนุน ฟื้นฟูระบอบทักษิณ ให้กลับมามีอำนาจทางการเมือง ทำให้คนไทยจำนวนมากได้สำนึกว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่แค่การต่อสู้ระหว่างระบอบทักษิณกับกลุ่มจารีตเก่าอีกต่อไป ............แต่คนไทยกำลังต่อสู้กับอิทธิพลจากต่างประเทศ ที่มีวาระทำลายอธิปไตย กระบวนการทางการเมือง และสถาบันหลักของชาติ!"  ที่น่าสนใจและควรรู้กันไว้ ก็ตรงที่นายโทนี เขียนว่า...........“เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า ทำไมอเมริกาถึงได้ทำลายหลักการทูตและมีเป้าหมายทำลายอธิปไตยของไทย โดยเข้ามาแทรกแซงกิจการภายใน เพื่อฟื้นฟูระบอบทักษิณขึ้นมา  สำหรับประเด็นนี้ ให้ทุกคนรับรู้ไว้ด้วยว่า ทักษิณเป็นเพื่อนสนิท เป็นสมุนรับใช้นักการเมืองทุนสามานย์ "ตระกูลบุช" มาเป็นเวลายาวนาน
ตั้งแต่เริ่มต้นเข้าสู่สนามการเมืองเมื่อทศวรรษที่ 2540 ทักษิณ ได้เข้าไปเป็นที่ปรึกษา บริษัท Carlyle Group ซึ่งเป็นบริษัทกงสีใหญ่ที่หาทุนการเมือง ให้เงินสนับสนุน CIA สร้างเหตุร้าย ทำลายความมั่นคงของประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่ไม่สมประโยชน์กับอเมริกา
นับแต่วันแรกที่ทักษิณถูกโค่นอำนาจเมื่อกันยายน ปี 49 กลุ่มบริษัทประชาสัมพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตลอดถึงกลุ่มล็อบบี้ยิสต์ที่มีอิทธิพลทางการเมืองในวอชิงตัน ซึ่งอยู่ในอาณัติของบริษัท Carlyle ช่วยสร้างกระแส ประชาสัมพันธ์สนับสนุนระบอบทักษิณอย่างเปิดเผย
กลุ่มบริษัท Kenneth Adelman of the Edelman PR firm ของนายเจมส์ เบเกอร์ อดีต รมว.ต่างประเทศสหรัฐ และบริษัทประชาสัมพันธ์ใหญ่ในเครือข่ายนักการเมืองตระกูลบุชอีกจำนวนมาก บริษัทที่เคลื่อนไหวหนักล่าสุดคือ Robert Amsterdam of Amsterdam &amp ; Partners (Chatham House)
นายโทนียังเขียนถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ยอมทำลายพิธีการทูต เพื่อช่วยเหลือระบอบทักษิณไว้ว่า....."เพราะขณะอยู่ในตำแหน่งนายกฯ ทักษิณรับใช้ผลประโยชน์อเมริกาเต็มที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมืองและความมั่นคง แม้จะถูกทัดทานจากกองทัพบกไทย ทักษิณก็ยังดื้อรั้นส่งกำลังทหารไปช่วยอเมริการบในสงครามรุกรานอิรัก ทักษิณเป็นคนอนุมัติให้ CIA ใช้ประเทศไทยทรมานผู้ต้องหาก่อการร้าย ฯลฯ"
เอาเถอะ...ว่างวันไหน จะเอาที่นายโทนีเขียนลงบล็อกไว้มาให้อ่านเต็มๆ ถ้าสนใจ



สื่อไทย เขียนทำลายรัฐบาล ยกหางทักษิณ ไม่ใช่เรื่องปิดลับอีกต่อไป ใครรับทรัพย์ ใครรับแผนมา เงินทุนมาจากไอ้กัน National Endowment for Democracy (NED) CIA ยุคใหม่ ในคราบไคลของ องค์กรช่วยเหลือพัฒนาประชาธิปไตย อยู่ภายใต้ กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งให้การสนับสนุนด้านเงินทุนกับเครือข่ายสร้างโฆษณาชวนเชื่อให้กับทักษิณ ในไทย เช่น เว็บประชาไทย การทำข่าวประมงไทยของนังแถชะนีทำกันเป็นทีมมีฮิวแมนไร้ท์ว็อทช์ ภูมิภาคเอเชีย และมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) เข้ามาร่วมด้วย ที่เด็ดดวงกว่านั้น คลิปรายการ เผยแพร่ในเว็บแดง ทั้งประชาไท เสรีไทย และหลังจากการเสนอข่าว ดราม่าสุดฤทธิ์ กต.สหรัฐฯ ออกมาขย่มรัฐบาลไทยทันที ชัดเจนไหมคะ

ก่อนหน้านี้ นาย Matthew Wheeler และ นาย Kenneth Adelman เขียนบทความ บทความที่ชื่อว่า “Silencing the Shinawatras“ ของ CFR มาจากองค์กร ธิงแทงก์ “International Crisis Group” ที่รับเงินสนับสนุนมาจาก NED เหมือนกัน
น้า Tony Cartalucci เคยแฉ เว็บประชาไท เครือข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รับเงินอุดหนุนโดยตรงจาก NED แม้ว่า เว็บประชาไท จะอ้างว่าเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร เป็นอิสระ แต่ความเป็นจริง คือประชาไทได้รับเงินสนุบสนุนจากอเมริกาในการเป็นหัวหอกโฆษณาชวนเชื่อที่จาบจ้วงสถาบันกษัตริย์ หมิ่นสถาบันกษัตริย์มาตลอดเวลา จีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไท มีคดีเป็นตัวกลางปล่อยให้มีการโพสต์หมิ่น ในเว็บบอร์ด

น้า Tony ระบุว่า ประชาไท สนับสนุนมวลชนเสื้อแดงของทักษิณ นปช. นิติเรด และ อดีตนักข่าว Reuters นาย Andrew MacGregor Marshall  ปี 2554 ได้เงินก้อนโต หลายล้านบาทจากรัฐบาลมะกัน ผ่าน NED และยังได้รับจาก Open Society Institute ของ George Soros และมูลนิธิด้านการเงินอีกหลายแหล่ง อาทิ องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ หรือ USAID เงินทุนอุดหนุนล้นหลาม

นอกจากนี้ ประชาไท เกี่ยวข้องกับ Wall Street หรือองค์กร NGOs อย่างมีเลศนัย โดยการบิดเบือนแนวคิด เรื่องสิทธิมนุษยชน เสรีภาพ และประชาธิปไตย ปี 2009-2010 ประชาไทได้รับเงิน 1.79 ล้านบาท จาก Media Development Loan Fund (MDLF) ยังไม่รวมเงินสนับสนุนจาก "มูลนิธิของ George Soros " ที่เกี่ยวข้องกับ International Media Support (IMS) NED สนับสนุนประชาไท 1.5 ล้านบาทตลอด 3 ปีติดต่อกัน นอกจากนั้น USAID ยังจ่ายให้อีก 2 ล้าน ผ่านโครงการ SAPAN Project หรือ โครงการประชาธิปไตยกับท้องถิ่น

หลักฐานแดงแจ๋ http://www.serichon.us/article/บทความทั่วไป/ไม่หวั่น-ฐปนีย์-โพสต์-5


MANA PRADITKET

MANA PRADITKET
Handpainted oil painting by Mana Praditket

NIRAN PAIJIT

NIRAN PAIJIT
Original handpainted oil painting by Niran Paijit

PRAYAD TIPPAWAN

PRAYAD TIPPAWAN
ORIGINAL IMPRESSIONAL OIL PAINTING BY PRAYAD TIPPAWAN

Achara 34 (24x36)

Achara 34 (24x36)
ORIGINALl OIL PAINTING

Amornsak Livisit 74 (24x36)

Amornsak Livisit 74 (24x36)
ORIGINAL OIL PAINTING, Impressionist style

Suwan Khanboon 11 (24x24 inches)

Suwan Khanboon 11 (24x24 inches)
Original handpainted oil painting abstract style

NIRAN PAIJIT

NIRAN PAIJIT
ORIGINAL ABSTRACT STYLE OIL PAINTING BY NIRAN PAIJIT

Chavalit (Pong)

Chavalit (Pong)
PINTO Horses

Komez 78 (22x30)

Komez 78 (22x30)
Original handpainted pastel painting on paper

KOMES

KOMES
Handpainted pastel painting by Komez

PRATHOUN

PRATHOUN
ORIGINAL HANDPAINTED OIL PAINTING BY PRATHOUN

THAVORN IN-AKORN

THAVORN IN-AKORN
ORIGINAL OIL PAINTING BY THAVORN IN-AKORN (SIZE 20x30")

THAVORN IN-AKORN

THAVORN IN-AKORN
Original oil painting by Thavorn In-akorn

Facebook

Follow by Email


ORIGINAL HANDPAINTED OIL PAINTING

PHOTO GALLERY

PHOTO GALLERY

Facebook

PHOTO GALLERY