GREAT KING OF THAILAND, KING BHUMIBHOL

GREAT KING OF THAILAND, KING BHUMIBHOL
LONG LIVE THE KING BHUMIBHOL

วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2558

“ความเสื่อมถอยของมหาอำนาจ”/สื่อไทยใครรับทรัพย์มาจากไอ้กัน





ถลกหนังหัวไอ้กันไอ้เหลี่ยมให้คนไทยตื่นกันซะที อิทธิพลต่างชาติ มีวาระทำลายประเทศไทย

เพื่อให้เกิดความเข้าใจต่อเนื่องจากคอลัมน์ของป๋าเปลวสีเงินเเห่ง นสพ.ไทยโพสต์ ที่เขียนฉีกหน้ากากผลประโยชน์สหรัฐกับระบอบทักษิณได้อย่างชัดเจนไม่ไว้หน้า เเละได้กล่าวถึงข้อความของนักข่าวคนหนึ่งที่ตีเเผ่เรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาได้อย่างเห็นภาพ จึงคัดลอกที่ข้อความนี้มาเผยเเพร่ต่อเนื่องเพื่อความเข้าใจต่อเรื่องราวที่คนไทยต้องรับรู้เเละรับมือกับภัยคุกคามนี้โดยด่วนพร้อมๆกันครับ
"บทความของนาย โทนี่ คาตาลุชซี่ ช่วยอ่านแล้วส่งต่อให้เยอะๆ ถลกหนังหัวไอ้กันไอ้เหลี่ยมให้คนไทยตื่นกันซะที
อิทธิพลต่างชาติ มีวาระทำลายประเทศไทย
“วาทะการทูตอันต่ำทรามของนายแดเนียล ทำให้คนไทยหูตาสว่าง สำเหนียกว่า แท้จริงความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจระหว่างระบอบทักษิณ กับกลุ่มจารีตเก่า แต่เป็นการต่อสู้ของคนไทยกับอำนาจอิทธิพลจากต่างประเทศ ที่มีวาระทำลายอธิปไตย การเมือง และสถาบันหลักของชาติไทย”
โทนี่ คาตาลุชชี่ อดีตผู้สื่อข่าวสงคราม และนักวิเคราะห์การเมือง เขียนบทความในบล๊อคส่วนตัว เตือนสติทำเนียบขาวว่า พฤติกรรมต่ำทรามของกระทรวงประเทศสหรัฐที่มุ่งมั่นสนับสนุน ฟื้นฟูระบอบทักษิณ สมุนหุ่นเชิดกลุ่มการเมืองทุนสามานย์ในอเมริกา ให้กลับมามีอำนาจทางการเมือง ทำให้คนไทยจำนวนมากได้สำนึกว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การต่อสู้ระหว่างระบอบทักษิณกับกลุ่มจารีตเก่าอีกต่อไป แต่คนไทยกำลังต่อสู้กับอิทธิพลจากต่างประเทศ ที่มีวาระทำลายอธิปไตย กระบวนการทางการเมือง และสถาบันหลักของชาติ
บทความชื่อว่า “ความเสื่อมถอยของมหาอำนาจ” เริ่มต้นว่า ความเสื่อมถอยของอเมริกา เริ่มต้นจากเกาะฮ่องกง บัดนี้ในประเทศไทย ที่อเมริกาวางแผนจัดตั้งระบอบตัวแทนหุ่นเชิด เพื่อขยายอิทธิพลในเอเชียแปซิฟิก ผลลัพธ์กลายเป็นไฟลนก้นตัวเอง
โทนี่ไม่ได้ขยายเรื่องความล้มเหลวในฮ่องกง จึงต้องอธิบายนิดหนึ่งว่า ซีไอเอสร้างสถานการณ์ ให้สมุนบริวารในเกาะฮ่องกง สร้างความวุ่นวาย ลุกฮือขึ้นเรียกร้องประชาธิปไตย ให้มีการเลือกตั้งเสรีตามแนวทางประชาธิปไตยแบบวอลสตรีท ซีไอเอให้ทุนนักวิชาการในเกาะฮ่องกงทำวิจัยเรื่องประชาธิปไตย แล้วกลับมาล้างสมองเยาวชน ให้ลุกฮือขึ้นมาประท้วงในนามของ“การปฏิวัติร่ม” แต่มังกรจีนรู้ทันเล่ห์ร้ายของอินทรีย์แก่ทำให้ “ปฏิวัติร่มกลายเป็นปฏิวัติรั่ว”
ส่วนในประเทศไทย โทนี่ให้รายละเอียดไว้ว่า อเมริกาซึ่งให้การสนับสนุนระบอบทักษิณ อย่างแข็งขันตลอดมา จนกระทั่งถึงวันที่ระบอบทักษิณกำลังล่มสลายเพราะคนไทยส่วนใหญ่ทนไม่ได้กับนักการเมืองทุนสามานย์ที่โกงชาติปล้นแผ่นดิน ทำลายหลักนิติธรรม ศีลธรรม เข่นฆ่าประชาชน ทำลายสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่สุด ซึ่งทำให้คนตายเกือบ 3,000 คน จากนโยบายปราบปรามยาเสพติด
ระบอบทักษิณใช้กองกำลังเถื่อน ก่อจลาจลและฆ่าฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองตายนับร้อยคนในปี พ.ศ.2553 แต่ก็ยังได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากอเมริกา จนล่าสุดระบอบทักษิณกำลังล้มเหลว เข้าตาจน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวทักษิณ ถูกถอดถอนสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี และนางกำลังจะขึ้นศาลอาญาในข้อหาทุจริตโครงการจำนำข้าว ซึ่งทำให้ประเทศชาติเสียหายหลายแสนล้านบาท
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐพยายามเต็มที่ที่จะช่วยเหลือฟื้นฟูระบอบทักษิณ ส่งนายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศมากล่าวสุนทรพจน์ โจมตีกดดันประเทศไทย ด้วยความมุ่งหวังที่จะฟื้นฟู และปกป้องระบอบทักษิณ โดยไม่คำนึงถึงผลร้ายที่จะตามมา
โทนี่เขียนต่อไปว่า “เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า ทำไมอเมริกาถึงได้ทำลายหลักการทูตและมีเป้าหมายทำลายอธิปไตยของไทย โดยเข้ามาแทรกแซงกิจการภายใน เพื่อฟื้นฟูระบอบทักษิณขึ้นมา สำหรับประเด็นนี้ให้ทุกคนรับรู้ไว้ด้วยว่า ทักษิณ เป็นเพื่อนสนิท เป็นสมุนรับใช้นักการเมืองทุนสามานย์ตระกูลบุช มาเป็นเวลายาวนาน
ตั้งแต่เริ่มต้นเข้าสู่สนามการเมืองเมื่อทศวรรษที่ 2540 ทักษิณ ได้เข้าไปเป็นที่ปรึกษา บริษัท Carlyle Group ซึ่งเป็นบริษัทกงสีใหญ่ ที่หาทุนการเมือง ให้เงินสนับสนุนซีไอเอ สร้างเหตุร้าย ทำลายความมั่นคงของประเทศต่างๆทั่วโลกที่ไม่สมประโยชน์กับอเมริกา
นับตั้งแต่วันแรกที่ทักษิณถูกโค่นอำนาจเมื่อเดือนกันยายน 2549 กลุ่มบริษัทประชาสัมพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตลอดถึงกลุ่มลอบบี้ยีสต์ ที่มีอิทธิพลทางการเมืองในวอชิงตัน ซึ่งอยู่ในอาณัติของบริษัท Carlyle ช่วยสร้างกระแส ประชาสัมพันธ์ สนับสนุนระบอบทักษิณ อย่างเปิดเผย
บริษัทที่โทนี่ นำมาแฉ มีตั้งแต่กลุ่มบริษัท Kenneth Adelman of the Edelman PR firm ของนายเจมส์ เบเกอร์ อดีต รมว.ต่างประเทศสหรัฐ และบริษัทประชาสัมพันธ์ใหญ่ในเครือข่ายนักการเมืองตระกูลบุช อีกจำนวนมาก บริษัทที่เคลื่อนไหวหนักล่าสุดคือ Robert Amsterdam of Amsterdam & Partners (Chatham House)
โทนี่ ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ยอมทำลายพิธีการทูต เพื่อช่วยเหลือระบอบทักษิณ เพราะในขณะที่อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทางทักษิณได้รับใช้ผลประโยชน์อเมริกาเต็มที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมืองและความมั่นคง แม้จะถูกทัดทานจากกองทัพบกไทย ทักษิณยังดื้อรั้น ส่งกำลังทหารไปช่วยอเมริการบในสงครามรุกรานอีรัก ทักษิณเป็นคนอนุมัติให้ ซีไอเอ ใช้ประเทศไทยทรมานผู้ต้องหาก่อการร้าย ฯลฯ
นักวิเคราะห์การเมืองชาวอเมริกัน คนนี้ได้สรุปในบทความของเขาว่า “วาทะการทูตอันต่ำทรามของนายแดเนียล ทำให้คนไทยหูตาสว่าง และสำเหนียกว่า แท้จริงแล้วความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการต่อสู้ เพื่อแย่งชิงอำนาจ ระหว่างระบอบทักษิณ กับกลุ่มจารีตเก่า แต่เป็นการต่อสู้ของคนไทย กับอำนาจอิทธิพลจากต่างประเทศ ที่มีวาระทำลายอธิปไตย กระบวนการทางการเมือง และ สถาบันหลักของชาติไทย”
บทสรุปของโทนี่ คาตาลุชชี่ นักวิเคราะห์ ที่รู้เช่นเห็นชาติ นักการเมืองทุนสามานย์ในอเมริกาสอดคล้องกับกระแสข่าวจากพรรคเพื่อไทย ที่บอกว่าทักษิณซึ่งเก็บตัวเงียบตั้งแต่ทหารยึดอำนาจ มีคำสั่งมายังสมุนบริวารว่า ให้อยู่เฉยๆไปก่อนโดยบอกว่า “ระยะนี้ให้พวกเราเก็บตัวเงียบไว้ก่อน ไม่ต้องทำอะไรเพราะมีอเมริกา กับยุโรป ช่วยทำให้แล้ว”
บทบาทของอเมริกา และกลุ่มประเทศอียูที่กดดันประเทศไทยทางการทูต ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ยกเลิกศาลทหาร ยกเลิกกฎอัยการศึก และจัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว จึงมองได้ว่าเป็นการกระทำที่สมรู้ร่วมคิดกับระบอบทักษิณพฤติกรรมของนายแดเนียล และ เจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐบางคน ที่เคลื่อนไหวพบปะแกนนำเสื้อแดงทางภาคอีสานทุกวันนี้ จึงเป็นที่ยืนยันได้ว่า ซีไอเอ ได้เข้ามามีบทบาทสร้างความวุ่นวายในประเทศไทยมาเป็นเวลานานแล้ว เหตุร้ายและความรุนแรงที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่มวลมหาประชาชนหลายล้านคน ประท้วงขับไล่รัฐบาลทรราช หลายคนรู้ว่า ซีไอเอและบริษัทประชาสัมพันธ์ มีส่วนสำคัญในการตายของวีรชน ที่ร่วมขับไล่รัฐบาล ซีไอเอซึ่งมีอยู่กว่า 2,000 คนในประเทศไทย ให้การสนับสนุนด้านยุทธวิธี และอาวุธแก่กองกำลังเถื่อนเข่นฆ่าประชาชนหวังจุดชนวนสงครามกลางเมือง
บริษัทประชาสัมพันธ์รับหน้าที่สร้างกระแสสงครามกลางเมือง ส่งสื่อในสังกัดไปเกาะติดกองกำลังเถื่อน ตามจังหวัดที่เป็นฐานเสื้อแดง เช่น ปทุมธานี อุดรธานี ขอนแก่น เชียงราย เชียงใหม่ ฯลฯ สื่อเหล่านี้สร้างภาพให้เห็นว่า กองกำลังเถื่อนมีศักยภาพมากพอที่จะก่อสงครามกลางเมือง แบ่งแยกประเทศเป็นไทยใต้ กับอีสานล้านนา กระแสสงครามกลางเมืองนอกจากสร้างผ่านกองกำลังเถื่อน ยังสร้างกระแสผ่านคำสัมภาษณ์ของรัฐมนตรีในยุคนั้นด้วย
สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศไทยเกิดขึ้นพร้อมๆ กับเหตุการณ์ทางการเมืองในยูเครน คือ ตั้งแต่เดือน ต.ค.2556 การชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลทรราชเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน และอเมริกาเข้าไปแทรกแซงพร้อมๆ กัน ต่างกันตรงที่ในยูเครน ซีไอเอ ส่งอาวุธไปช่วยผู้ประท้วง โค่นล้มรัฐบาล แต่ในประเทศไทย ซีไอเอ เข้ามาช่วยเข่นฆ่าผู้ประท้วงรัฐบาล ซีไอเอเข้ามาช่วยพยุงฟื้นฟูรัฐบาลลูกสมุนหุ่นเชิด ที่กำลังล่มสลาย
ประเทศยูเครน หลังจากอเมริกาส่งอาวุธ และเงินไปช่วยโค่นล้มรัฐบาลฝักใฝ่รัสเซียได้สำเร็จ ผลที่ตามมาคือ เกิดสงครามกลางเมือง ยูเครนแยกออกเป็นสองเสี่ยง ฝ่ายหนึ่งอยู่ใต้อาณัติของอเมริกา ฝ่ายหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย ตั้งแต่เดือนเมษายน2557 จนถึงวันนี้ มีคนล้มตายไปแล้วกว่า 50,000 คน สงครามกลางเมืองในยูเครน กำลังพัฒนาไปเป็นสงครามโลกครั้งที่สาม
ในประเทศไทย ตั้งแต่คณะทหารยึดอำนาจจากรัฐบาลเถื่อนของนางสาวยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 คสช. สามารถสลายกองกำลังเถื่อนได้ส่วนหนึ่ง ตัดความช่วยเหลือทางด้านก่อการร้ายจาก ซีไอเอ ลงไปได้ระดับหนึ่ง หยุดยั้งการนองเลือด ทำลายแผนการซีไอเอ ที่จะก่อสงครามกลางเมือง เพื่อทำให้เกิดมิคสัญญีในประเทศไทย ในห้วงเวลา 9 เดือนที่ผ่านมา คสช.เพียงแต่ทำให้ความรุนแรงที่เกิดจากฝีมือของกองกำลังเถื่อน โดยการสนับสนุนของ ซีไอเอ หยุดยั้งได้ระดับหนึ่ง แต่ความพยายามทำลายอธิปไตย ความมั่นคง กระบวนการทางการเมือง และสถาบันหลักของชาติ ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ดังกรณีของนายแดเนียล รัสเซล โฆษกกระทรวงต่างประเทศอเมริกา และอุปทูตอเมริกาประจำประเทศไทย
ถึงเวลาแล้ว ที่คนไทยทุกสีต้องตระหนัก ดังที่โทนี่ คาตาลุชชี่ เตือนว่า ความขัดแย้งทางการเมืองไม่ได้จำกัดอยู่แค่ ความขัดแย้งระหว่างระบอบทักษิณกับกลุ่มจารีตเก่า “แต่เป็นการต่อสู้ของคนไทย กับอำนาจอิทธิพลจากต่างประเทศ ที่มีวาระทำลายอธิปไตย กระบวนการทางการเมือง และ สถาบันหลักของชาติไทย”

คอลัมน์ป๋าเปลวสีเงิน นสพ.ไทยโพสต์ครั้งนี้จัดเต็มครับนโยบายการเมืองระหว่างประเทศของสหรัฐและการเลือกข้างระบอบทักษิณเพื่อประโยชน์เฉพาะของชาติสหรัฐคือ ภัยคุกคามประเทศไทยที่เเท้จริง ชัดเจนเห็นด้วย100%ครับ ซับซ้อนแต่ไม่สับสน "ไทย-สหรัฐ"
ByadminMar 27, 20150 Comments  :  
"ไทยกับสหรัฐ" นี่...จะว่าไปแล้ว เหมือนแพะกะแกะ........!
ไทยมี "ธัมมชโย" หน้ากากเป็นพระ แต่ใต้หน้ากากเยี่ยงโจร พฤติกรรมผนึกลัทธิธรรมกายประสานระบอบทักษิณ ซึ่งมีเป้าหมายเปลี่ยนไทยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขไปเป็น "แดงทั้งแผ่นดิน"
ส่วนสหรัฐ หน้ากากประชาธิปไตย ใต้หน้ากากคือจอมโจรเผด็จการโลก ปล้นและรุกรานทุกประเทศที่ไม่สยบยอมอยู่ใต้จักรวรรดิอำนาจ ที่จะสถาปนาเป็น "รัฐบาลโลก"
เศรษฐกิจประเทศตกอยู่ในภาวะ "ล่มจมถาวร" ก็งัดลูกไม้เก่าที่เคยใช้ได้ผลมาแล้วสมัยสงครามโลก "สร้างสงคราม" แก้ปัญหาเศรษฐกิจ  การ "สร้างสงคราม" คือการสร้าง "ดีมานด์-ซัพพลาย" ด้านอาวุธอันเป็นสินค้าหลักที่ทำเงิน-ทำทองเป็นกอบเป็นกำให้สหรัฐ  สรุปคือ ที่สู้รบกันนัวเนียจนแยกไม่ถูกแล้วว่าพวกไหน-เป็นพวกไหนทั้งโลก โดยเฉพาะย่านตะวันออกกลางเวลานี้ ไม่ว่าฝ่ายมิตร ฝ่ายศัตรู  ลูกค้าอาวุธสหรัฐทั้งนั้น!  ทั้งอิรัก อิหร่าน อิสราเอล ปาเลสไตน์ ซีเรีย อียิปต์ ลิเบีย เยเมน ไอซิส อัลกออิดะห์ ชีอะห์ สุหนี่ โบโกฮาราม ฯลฯ อาวุธใช้ฆ่ากันทั้งภาคพื้นดิน บนดิน ใต้น้ำ เหนือน้ำ  MADE IN USA แทบทั้งนั้น!
ล่าสุด...สดๆ ร้อนๆ ขณะนี้ซาอุดีอาระเบีย "ติ่งสหรัฐ" ยกทัพ ๙ พันธมิตร เช่น เอมิเรตส์ บาห์เรน กาตาร์ คูเวต ขนระเบิดใส่เครื่องบินไปถล่มกลุ่มกบฏฮูซีย์ในเยเมน ผมจะไม่เล่ารายละเอียด เพียงยกมาให้เห็นว่า ซาอุฯ นั้น กินทองคำแทนข้าว...ไม่แปลก แต่ที่เหมือนกินดีหมี-ดีเสือ ยกทัพไปทำสงครามกับอีกประเทศแบบนี้  แปลกยิ่งกว่า "แปลก พิบูลสงคราม" ซะอีก! ถ้าไม่เพราะลูกพี่สหรัฐถีบหลังให้ออกหน้าทำแทน ต่อให้ชาติหน้า ลำพังซาอุฯ มีหรือจะกล้าขนาดนั้น?แล้วทำร้อนตัวซะด้วยนะ..........! พอไปถล่มกรุงซานา เมืองหลวงเยเมน ที่กบฏซีย์ติยึดไว้ปุ๊บ ทูตซาอุฯ ประจำสหรัฐออกมาบอกปั๊บเลยว่า  "สหรัฐเปล่าสั่ง"......พวกหนูคิดเอง-ทำเอง!  ซาอุฯ เป็นนอมินีสหรัฐไปถล่มเยเมนเพราอะไร ถ้าอยากรู้ชัด ต้องเอาแผนที่มากางดูประกอบด้วย
เยเมน คือ "ยุทธศาสตร์ทางทะเล" ในมหาสมุทรอินเดีย รองมาจาก "ช่องแคบฮอร์มุซ" สำหรับประเทศที่มีน้ำมันเป็นสินค้าในตะวันออกกลาง และโดยเฉพาะ....สหรัฐ! ใช้เป็นทั้งเส้นทางส่งกำลังบำรุง และเส้นทางขนส่งน้ำมันสายหลัก ๑ ใน ๓ ของโลก! น้ำมันทั้งหมดจากตะวันออกกลาง จะต้องลำเลียงผ่านช่องแคบฮอร์มุซสู่อ่าวเปอร์เซีย จากอ่าวเปอร์เซีย ออกมหาสมุทรอินเดีย แล้วมาลอด "ช่องแคบมะละกา" ระหว่างบ้านเรากับมาเลย์ ไปทะลุออกทะเลจีนใต้ ไปญี่ปุ่น เกาหลี เรียกว่าออกมหาสมุทรแปซิฟิก ไปสหรัฐต้องผ่านช่องแคบนี้ทั้งนั้น  ทีนี้...เจ้าช่องแคบฮอร์มุซ มันอยู่ระหว่าง "อิรัก-อิหร่าน" แล้วตอนนี้ ล่อกันนัวเนียไปหมด  อิหร่านมีไพ่ตายอยู่ในมือตรงนี้.........!  ฮึ่มๆ อยู่ทุกวัน ถ้าอิสราเอลหรือสหรัฐ หรือหน้าม้าสหรัฐรายไหน "ถล่มอิหร่าน" บ้านเขาละก็ "กูปิดช่องแคบฮอร์มุซไม่ให้เรือน้ำมันเข้า-ออกทันที"! ก็ตูดสะดุ้งไปตามๆ กัน สหรัฐตูดใหญ่กว่าเพื่อน ต้องใช้พื้นที่มาก เลยต้องสั่งสมุนซาอุฯ นำทีมบินไปถล่มกบฏฮูซีย์ที่ยึดเยเมนไว้ หลังจากขับไล่ประธานาธิบดีฮาดีหนีซุกหัวซุน  เท่ากับสหรัฐส่งซาอุฯ ไปยึดเยเมนไว้เป็น "ยุทธศาสตร์สำรอง" ทางทะเล เผื่ออิหร่านบ้าดีเดือดปิดช่องแคบฮอร์มุซขึ้นมาจริงๆ ก็ยังพอไหว!  ที่พูดมานี้ ต้องการให้เห็นว่า เผด็จการโลกตัวจริงคือสหรัฐ แต่อาศัยความ "ตีนใหญ่" สมุนรับใช้เยอะ  มันจึงเที่ยวรังควาน สร้างเรื่องขึ้นทั้งโลก แล้วอ้างพิทักษ์ประชาธิปไตย ทั้งที่มันนั่นแหละตัวบ่อนทำลายประชาธิปไตยโลก "ตัวจริง"  หวังค้า-หวังขายอาวุธเท่านั้น!  กับบ้านเรา เข้าใจว่า "ระบอบทักษิณ" เพียวๆ เป็นตัวการล้มสถาบัน-ยึดครองประเทศ แต่เวลานี้ทุกอย่างเป็นที่ประจักษ์ชัดแล้วว่า........คนอยู่เบื้องหลังระบอบทักษิณคือ "สหรัฐอเมริกา" ภายใต้องค์การ CFR ขบวนการจัดระเบียบโลกใหม่เป็น "รัฐบาลโลก" หรือ New World Order!  ทักษิณฆ่าตัดตอนเป็นพันๆ ศพ ฆ่ากรือเซะ-ตากใบ สั่งสมุนก่อจลาจล เผาบ้าน-เผาเมือง ขนาดบุกยึดโรงพยาบาลอันเป็นโทษฉกรรจ์ในกติกาโลก  กระทั่งรัฐบาลน้องสาว ยกโจรเป็นแผงเข้าวงจรบริหาร ทั้งคอร์รัปชัน โกง-กิน สร้างทัศนคติให้สังคมยอมรับการโกงแล้วเอามาแบ่งกัน ล้มตลาดข้าวอันเป็นเส้นเลือดไทย โกงค่าข้าวชาวนาจนฆ่าตัวตาย  ประเทศตกอยู่ในภาวะ "สุญญากาศทางอำนาจบริหาร" ในที่สุด! สารพัด-สารพัน ในคราบประชาธิปไตยคุมเผด็จการรัฐสภาทำลายสังคมชาติบ้านเมือง  แต่จากปี ๒๕๔๔ ยุคทักษิณ จนถึงกลางปี ๒๕๕๗ ยุคน้องสาวทักษิณ  สหรัฐ.......บอกดี เป็นประชาธิปไตย!.....แต่พอ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ายึดอำนาจการปกครองประเทศ เนื่องจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ "ล้มละลาย" ทั้งทางกฎหมายและทางความเชื่อถือประชาชนบ้านเมืองสงบ สุจริตชนเป็นสุขด้วยเสมอภาคทางบริหาร ที่สำคัญไม่ปรากฏคำว่า "คอร์รัปชัน" เกิดขึ้นในรัฐบาล คสช.แต่สหรัฐบอกไม่ดี เป็นเผด็จการ.....แล้วก็เผยตัวตนประหนึ่งหัวหน้าขบวนการ "แดงทั้งแผ่นดิน" ส่งรัฐมนตรี ส่งทูต เข้ามาทำอย่างที่อารยชาติไหนเขาก็ไม่ทำกัน เพ่นพ่าน-ชักใย ไปเหนือ-ไปอีสาน สมสู่ให้ระบอบทักษิณ "ได้ใจ-เหิมเกริม" ว่า สหรัฐอเมริกา "ลูกพี่ใหญ่" พวกกู!
"โทนี คาตาลุชชี" อดีตผู้สื่อข่าวสงครามและนักวิเคราะห์การเมือง เขาเขียนบทความในบล็อกส่วนตัว เตือนสติทำเนียบขาวว่า.... "พฤติกรรมต่ำทรามสหรัฐที่มุ่งมั่นสนับสนุน ฟื้นฟูระบอบทักษิณ ให้กลับมามีอำนาจทางการเมือง ทำให้คนไทยจำนวนมากได้สำนึกว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่แค่การต่อสู้ระหว่างระบอบทักษิณกับกลุ่มจารีตเก่าอีกต่อไป ............แต่คนไทยกำลังต่อสู้กับอิทธิพลจากต่างประเทศ ที่มีวาระทำลายอธิปไตย กระบวนการทางการเมือง และสถาบันหลักของชาติ!"  ที่น่าสนใจและควรรู้กันไว้ ก็ตรงที่นายโทนี เขียนว่า...........“เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า ทำไมอเมริกาถึงได้ทำลายหลักการทูตและมีเป้าหมายทำลายอธิปไตยของไทย โดยเข้ามาแทรกแซงกิจการภายใน เพื่อฟื้นฟูระบอบทักษิณขึ้นมา  สำหรับประเด็นนี้ ให้ทุกคนรับรู้ไว้ด้วยว่า ทักษิณเป็นเพื่อนสนิท เป็นสมุนรับใช้นักการเมืองทุนสามานย์ "ตระกูลบุช" มาเป็นเวลายาวนาน
ตั้งแต่เริ่มต้นเข้าสู่สนามการเมืองเมื่อทศวรรษที่ 2540 ทักษิณ ได้เข้าไปเป็นที่ปรึกษา บริษัท Carlyle Group ซึ่งเป็นบริษัทกงสีใหญ่ที่หาทุนการเมือง ให้เงินสนับสนุน CIA สร้างเหตุร้าย ทำลายความมั่นคงของประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่ไม่สมประโยชน์กับอเมริกา
นับแต่วันแรกที่ทักษิณถูกโค่นอำนาจเมื่อกันยายน ปี 49 กลุ่มบริษัทประชาสัมพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตลอดถึงกลุ่มล็อบบี้ยิสต์ที่มีอิทธิพลทางการเมืองในวอชิงตัน ซึ่งอยู่ในอาณัติของบริษัท Carlyle ช่วยสร้างกระแส ประชาสัมพันธ์สนับสนุนระบอบทักษิณอย่างเปิดเผย
กลุ่มบริษัท Kenneth Adelman of the Edelman PR firm ของนายเจมส์ เบเกอร์ อดีต รมว.ต่างประเทศสหรัฐ และบริษัทประชาสัมพันธ์ใหญ่ในเครือข่ายนักการเมืองตระกูลบุชอีกจำนวนมาก บริษัทที่เคลื่อนไหวหนักล่าสุดคือ Robert Amsterdam of Amsterdam &amp ; Partners (Chatham House)
นายโทนียังเขียนถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ยอมทำลายพิธีการทูต เพื่อช่วยเหลือระบอบทักษิณไว้ว่า....."เพราะขณะอยู่ในตำแหน่งนายกฯ ทักษิณรับใช้ผลประโยชน์อเมริกาเต็มที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมืองและความมั่นคง แม้จะถูกทัดทานจากกองทัพบกไทย ทักษิณก็ยังดื้อรั้นส่งกำลังทหารไปช่วยอเมริการบในสงครามรุกรานอิรัก ทักษิณเป็นคนอนุมัติให้ CIA ใช้ประเทศไทยทรมานผู้ต้องหาก่อการร้าย ฯลฯ"
เอาเถอะ...ว่างวันไหน จะเอาที่นายโทนีเขียนลงบล็อกไว้มาให้อ่านเต็มๆ ถ้าสนใจ



สื่อไทย เขียนทำลายรัฐบาล ยกหางทักษิณ ไม่ใช่เรื่องปิดลับอีกต่อไป ใครรับทรัพย์ ใครรับแผนมา เงินทุนมาจากไอ้กัน National Endowment for Democracy (NED) CIA ยุคใหม่ ในคราบไคลของ องค์กรช่วยเหลือพัฒนาประชาธิปไตย อยู่ภายใต้ กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งให้การสนับสนุนด้านเงินทุนกับเครือข่ายสร้างโฆษณาชวนเชื่อให้กับทักษิณ ในไทย เช่น เว็บประชาไทย การทำข่าวประมงไทยของนังแถชะนีทำกันเป็นทีมมีฮิวแมนไร้ท์ว็อทช์ ภูมิภาคเอเชีย และมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) เข้ามาร่วมด้วย ที่เด็ดดวงกว่านั้น คลิปรายการ เผยแพร่ในเว็บแดง ทั้งประชาไท เสรีไทย และหลังจากการเสนอข่าว ดราม่าสุดฤทธิ์ กต.สหรัฐฯ ออกมาขย่มรัฐบาลไทยทันที ชัดเจนไหมคะ

ก่อนหน้านี้ นาย Matthew Wheeler และ นาย Kenneth Adelman เขียนบทความ บทความที่ชื่อว่า “Silencing the Shinawatras“ ของ CFR มาจากองค์กร ธิงแทงก์ “International Crisis Group” ที่รับเงินสนับสนุนมาจาก NED เหมือนกัน
น้า Tony Cartalucci เคยแฉ เว็บประชาไท เครือข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รับเงินอุดหนุนโดยตรงจาก NED แม้ว่า เว็บประชาไท จะอ้างว่าเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร เป็นอิสระ แต่ความเป็นจริง คือประชาไทได้รับเงินสนุบสนุนจากอเมริกาในการเป็นหัวหอกโฆษณาชวนเชื่อที่จาบจ้วงสถาบันกษัตริย์ หมิ่นสถาบันกษัตริย์มาตลอดเวลา จีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์ประชาไท มีคดีเป็นตัวกลางปล่อยให้มีการโพสต์หมิ่น ในเว็บบอร์ด

น้า Tony ระบุว่า ประชาไท สนับสนุนมวลชนเสื้อแดงของทักษิณ นปช. นิติเรด และ อดีตนักข่าว Reuters นาย Andrew MacGregor Marshall  ปี 2554 ได้เงินก้อนโต หลายล้านบาทจากรัฐบาลมะกัน ผ่าน NED และยังได้รับจาก Open Society Institute ของ George Soros และมูลนิธิด้านการเงินอีกหลายแหล่ง อาทิ องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ หรือ USAID เงินทุนอุดหนุนล้นหลาม

นอกจากนี้ ประชาไท เกี่ยวข้องกับ Wall Street หรือองค์กร NGOs อย่างมีเลศนัย โดยการบิดเบือนแนวคิด เรื่องสิทธิมนุษยชน เสรีภาพ และประชาธิปไตย ปี 2009-2010 ประชาไทได้รับเงิน 1.79 ล้านบาท จาก Media Development Loan Fund (MDLF) ยังไม่รวมเงินสนับสนุนจาก "มูลนิธิของ George Soros " ที่เกี่ยวข้องกับ International Media Support (IMS) NED สนับสนุนประชาไท 1.5 ล้านบาทตลอด 3 ปีติดต่อกัน นอกจากนั้น USAID ยังจ่ายให้อีก 2 ล้าน ผ่านโครงการ SAPAN Project หรือ โครงการประชาธิปไตยกับท้องถิ่น

หลักฐานแดงแจ๋ http://www.serichon.us/article/บทความทั่วไป/ไม่หวั่น-ฐปนีย์-โพสต์-5


วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2558

ชัดๆ แผนภูมิแสดงเส้นทางเงินคดียักยอกยูเนี่ยนคลองจั่น 6 กลุ่ม 1.6 หมื่นล.

11015486 936299123087233 249645345 n

หมายเหตุ สำนักข่าวอิศรา www.isranes.org : เมื่อวันที่ 17 มี.ค.58  ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่มี นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เป็นประธานฯ ในฐานะผู้ได้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหายในคดีการยักยอกเงินของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ได้เผยแพร่แผนภูมิแสดงเส้นทางเงินในคดีนี้ล่าสุด ที่อยู่ระหว่างการสอบสวนของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พบว่า เงินได้ถูกกระจายออกเป็น 6 กลุ่ม รวมวงเงิน 16,617 ล้านบาท
“วิษณุ” ชี้วัดธรรมกายคืนเงินสหกรณ์ฯ จบคดีแพ่ง แต่การยักยอกเงินต้องเดินหน้าต่อ

“วิษณุ” ชี้วัดธรรมกายคืนเงินสหกรณ์ฯ จบคดีแพ่ง แต่การยักยอกเงินต้องเดินหน้าต่อ

      นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีด้านกฎหมาย กล่าวถึงกรณีวัดพระธรรมกาย ยอมคืนเงินให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น 684 ล้านบาท หลังศาลจังหวัดธัญบุรี อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นัดไกล่เกลี่ยเมื่อวันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมาว่า คดีมี 3 ประเภท ได้แก่ 1. คดีอาญา ประกอบด้วยข้อหาฉ้อโกงประชาชน และยักยอกเงิน เรื่องใดที่ไม่ใช่ความผิดที่ยอมความได้ จะยอมความไม่ได้ ต้องเดินหน้าต่อไป 2. คดีสหกรณ์ฯ ฟ้องเรียกคืนเงินจากวัดพระธรรมกาย 684 ล้านบาท เรื่องนี้จบลงเมื่อวันที่ 16 มี.ค.แล้ว และ 3. คดีล้มละลาย เป็นเรื่องเจ้าหนี้กับสหกรณ์ฯ ที่มีการฟ้องล้มละลาย ต้องมีการเดินหน้าต่อ โดยจะมีการไต่สวนกันอีกภายใน 45 วัน
       
       ดังนั้น บางเรื่องอาจจบ บางเรื่องอาจจะไม่จบ แต่อย่างน้อยเป็นการแสดงเจตนาดี เพราะสิ่งแรกที่รัฐบาลต้องการ คือ เอาเงินกลับคืนมาให้ได้ก่อนเพื่อจะไปเยียวยาสมาชิกสหกรณ์ฯ ที่มีอยู่จำนวนมาก ขณะนี้สำเร็จไปแล้วส่วนหนึ่ง แต่ยังไม่ใช่ทั้งหมด เพราะเงิน 684 ล้านบาท ไม่ใช่เงินจำนวนทั้งหมดที่ออกไปจากสหกรณ์ฯ พยายามดูว่าเงินออกไปไหนบ้าง ประมาณ 20 แห่ง แบ่งเป็น 6 กลุ่ม วันนี้ได้กลับมาส่วนหนึ่ง ยังมีส่วนอื่นอีก
       
       “ความผิดฐานยักยอกเป็นคดีอาญาที่ยอมความได้ ต้องไปว่ากันต่อ โดยทางสหกรณ์ฯ พอใจคดีแพ่งที่ศาลจังหวัดธัญบุรี และเขาแจ้งว่าจะทำหนังสือไปยังตำรวจ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่าส่วนใดที่เคยเป็นเจ้าทุกข์คดีอาญาไว้ก็ไม่ติดใจ หากสามารถยอมความได้ แต่ข้อหาฉ้อโกงประชาชนนั้นยอมความไม่ได้”
       




วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2558

มะกันเลือกข้างทักษิณ-เมินประยุทธ์ ความลับที่เพิ่งเปิดเผย !?

   

       อาจเป็นครั้งแรกที่ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เปิดเผยความในใจออกมาให้สังคมและคนไทยได้ทราบว่า ตัวเขาถูกแบล็กลิสต์ “ห้ามเข้าสหรัฐอเมริกา” ระหว่างไปปาฐกถาในที่ประชุมวอร์ตัน โกบอล ฟอรัม ครั้งที่ 47 ในหัวข้อเอเชียในยุคที่โลกไร้พรมแดน เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยคณาจารย์ ศิษย์เก่า นักธุรกิจทั้งไทยและสหรัฐฯ และต่างชาติเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
       
       “ขอให้ไปบอกกับสหรัฐฯ ให้เข้าใจด้วยว่า การตัดเสื้อ จะตัดตัวเดียวแล้วให้ทุกคนใส่ไม่ได้ ต้องมีหลายขนาดให้เหมาะกับแต่ละคน จึงต้องมีช่างตัดให้ จะตัดเสื้อตัวเดียวให้คนทั้งโลกใส่ไม่ได้ เพราะแต่ละประเทศ มีปัญหาต่างกัน แต่หากได้รับการช่วยเหลือจากสหรัฐฯ ทุกประเทศจะได้รับความเท่าเทียมกัน ร่วมมือกันทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม วันนี้ผมจะไปพูดคุยกับญี่ปุ่น และสมาชิกอีกหลายประเทศ จะมีความร่วมมือหลายมิติ ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ ความมั่นคง และสังคมทั้งในและนอกอาเซียน มีอาเซียนบวกสาม จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอาเซียนบวกหก จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย ผมเดินตลาดพวกนี้ได้ทั้งหมด”
       
       “ใครไม่ให้ไป ผมก็ให้รองนายกฯไป ผมขึ้นมายืนบนนี้ ไม่ใช่ผมไม่เสี่ยง ไม่เสียหาย แทนที่จะได้พักผ่อนก็ไม่ได้พัก ไปไหนก็ไปไม่ได้ และถึงแม้ว่าสหรัฐฯ จะไม่ให้ผมไป แต่ผมก็เปิดให้เขามา เพราะมีความสัมพันธ์มากว่า 200 ปี”
       
       คำพูดดังกล่าวข้างต้นของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ต่างกับการตัดพ้อให้เห็นว่า ตัวเองมีเจตนาดีต่อบ้านเมือง และเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ช่วยดูแลการทำธุรกิจในประเทศไทยของนักธุรกิจต่างชาติให้ได้รับความสะดวกมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก และที่สำคัญ ไม่เคยปิดกั้นใคร เพียงแต่ว่าขอให้เข้าใจถึงความจำเป็นที่ตัวเขาต้องเข้ามาควบคุมอำนาจ เพื่อมาดูแลบ้านเมืองไม่ให้ล้มละลาย เข้ามาดูแลแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ดูแลคนด้อยโอกาส แต่สหรัฐฯ ยังไม่เข้าใจ ยังใช้มาตรฐานเดียวกับทุกชาติโดยไม่เคยมองว่าแต่ละชาติ ล้วนมีปัญหามีที่มาที่ไปต่างกัน โดยเปรียบให้เห็นภาพอย่างเจ็บแสบว่า “สหรัฐฯ ตัดเสื้อไซส์เดียวกันให้คนทั้งโลกใส่” ซึ่งแน่นอนว่า มันใส่ไม่ได้ เพราะแต่ละคนล้วนมีขนาดไม่เท่ากันดังกล่าวนั่นแหละ
       
       อย่างไรก็ดี ในการตัดพ้อดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้ขู่กลับไปเช่นเดียวกัน ในทำนองว่า “ในเมื่อสหรัฐฯไม่คบ เขาก็มีเพื่อนรายอื่นอีกจำนวนมาก ที่ยังยินดีคบหาด้วยภายใต้ประชาคมอาเซียน รวมทั้งอาเซียนบวกสาม และอาเซียนบวกหก” ที่มีทั้ง จีน ญี่ปุ่น อินเดีย เกาหลีใต้ เป็นต้น เพราะเราไม่ได้ปิดประเทศ และยินดีเป็นเพื่อนกับทุกคน
       
       อาจจะเป็นครั้งแรกก็ได้ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เปิดเผยให้รู้ว่า เขาเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกาไม่ได้ ซึ่งเหตุผลก็คงเข้าใจได้ว่า มีสาเหตุจากการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แม้ว่าที่ผ่านมาจะพยายามชี้แจงให้ทราบถึงโรดแมปว่า ดำเนินการไปตามขั้นตอน รวมไปถึงกำหนดวันเลือกตั้ง และมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ แต่สหรัฐฯ ก็ไม่ฟัง ยังยืนยันไล่บี้ให้ คสช.รีบเลือกตั้งโดยเร็ว
       
       หากย้อนกลับไปก็ทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น ในความหมายที่ว่า เวลานี้ สหรัฐอเมริกาได้เลือกข้าง สนับสนุน ทักษิณ ชินวัตร และเครือข่ายของเขาอย่างชัดเจน เพราะหากเปรียบเปรียบกันถึงเรื่องการให้วีซ่าเข้าประเทศ ทักษิณ และครอบครัว ได้รับการเอาอกเอาใจเป็นอย่างดี อีกทั้งเมื่อมองย้อนกลับไปไม่นาน ก็ได้เห็นความเคลื่อนไหวที่ชัดเจนของ อดีตเอกอัครราชทูตสรัฐฯ ประจำประเทศไทย ก็เคลื่อนไหวร่วมมือกับคนเสื้อแดงอย่างแนบแน่น รวมไปถึงปัจจุบัน ที่ได้ลดระดับความสัมพันธ์ เหลือแค่ระดับอุปทูต และเพิ่งส่งระดับผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศเข้ามา “เสียมารยาท” เหยียบหน้าคนไทยมา หมาดๆ
       
       ขณะเดียวกัน กลับแบน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยระงับวีซ่า ห้ามเข้าสหรัฐฯ นั่นก็แสดงว่า เวลานี้สหรัฐฯได้เลือกข้างชัดเจน แต่มีความหมายมากไกลกว่านั้น เพราะไม่ใช่แค่การเลือกข้างระหว่าง ทักษิณ ชินวัตร กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ คสช. เท่านั้น แต่มันหมายถึงการที่สหรัฐฯไปสนับสนุน ทักษิณ ที่คนไทยชี้หน้าด้วยความเกลียดว่า “คนโกง” จาบจ้วงสถาบันเบื้องสูง อยู่เบื้องหลังเครือข่ายทำลายชาติ และกลุ่มคนที่กำลังถูกออกหมายจับและถูกควบคุมตัวจากการลอบวางระเบิดศาลอาญา ที่พิพากษาคดีในพระปรมาภิไธย ก็ล้วนเข้าใจกันแบบไม่ต้องอ้อมค้อมว่า นี่คือพวกเดียวกัน ซึ่งสหรัฐฯ ก็เลือกข้างคนพวกนี้
       
       ดังนั้น แม้ว่าคนไทยหลายคนอาจจะไม่ชอบนักกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่ขณะเดียวกัน ก็ย่อมรับไม่ได้กับท่าทีของสหรัฐฯ ที่หน้ามืด คิดถึงแต่ผลประโยชน์ ที่ได้รับจากระบอบทักษิณ ที่ประเคนมอบให้ โดยแลกกับความมั่นคงของชาติ และประโยชน์ทางธุรกิจที่ได้รับ โดยอ้างเพียงแค่การเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยจอมปลอม ซึ่งคนไทยต้องรับรู้ความจริงข้อนี้
       
       แน่นอนว่าเรายังต้องยอมรับความจริง เราประเทศไทยอาจตัวเล็ก คงไปท้ารบกับคนตัวใหญ่มหาอำนาจอย่างสหรัฐฯได้ลำบาก แต่เราก็ต้องมีวิธีของเรา นั่นคือ ไม่ต้องไปสนใจ ไม่แคร์ ไม่อยากคบก็ไม่เป็นไร เราก็มีเพื่อนรอบบ้านมากมาย อาจจะดีเสียอีกที่เป็นมิตรกับคนใกล้ แทนที่จะคบกับคนไกล ที่เอาเปรียบ มิหนำซ้ำ คนใกล้บ้านก็เริ่มมีพลัง มีเงิน มีฐานะดีไม่น้อยเสียด้วยซี เพียงแต่ว่าคนไทย ต้องรู้เท่าทัน และเห็นธาตุแท้ของสหรัฐฯ เสียก่อน !! 

วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2558

"มึงทำอะไรให้แก่ประเทศชาติมึงบ้าง"/ถึงเวลายกเครื่องศาสนา "พระ" ต้องตรวจสอบบัญชีได้/ธัมมชโย กับ โพธิรักษ์ ใครคือผู้ที่เดินตามรอยพุทธองค์?



"มึงทำอะไรให้แก่ประเทศชาติมึงบ้าง"
เล่าเรื่องอัปรีย์ ที่หลายคน งุนงง หลงประเด็นกันหน่อย จำกันได้ไหม โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ที่ทักษิณได้รับคำชมเชยว่า "ดีเยี่ยม " รับสมอ้างเป็นคนคิด
●●●ทั้งๆที่ ผู้ริเริ่ม 30 บาท รักษาทุกโรคตัวจริง คือ คุณหมอ สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ แพทย์ชนบทสมัย 14 ตุลา 2516 ที่ต่อสู้เรื่องระบบประกันสุขภาพ ให้กับคนยากจนมาโดยตลอด และมาสัมฤทธิผล ในโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ตามหลักการ "การเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุขของคนในครอบครัวเดียวกัน "
นักธุรกิจการเมืองระดับทักษิณ หลังจากได้คะแนนนิยมท่วมท้น จากโครงการที่ขโมยมา แต่ยังไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง ต้องหาทางต่อยอด เอาเงินหลวงจากภาษีประชาชนมาหมุน ซึ่งเป็นวิธีบริหารงบประมาณที่ถนัด เพื่อประโยชน์ส่วนตน ที่เห็นชัดเจนคือ ให้ กบข. เข้าไปลงทุนหุ้นทั้งในและต่างประเทศ อย่างผิดกฎหมายจนขาดทุนหุ้นถึง 7 หมื่นล้านบาท ทำเอากระเป๋าข้าราชการเกษียณฉีกไปมากมายในปีนั้น ทั้งเคยคิดเอาเงินคลังหลวงมาหมุน แต่ไม่สำเร็จ ยกแรก สปสช. ดูแลเงินทั้งหมด แต่กระทรวงสาธารณสุขดูแลโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลรัฐจะได้เงินมาได้นั้นต้องผ่านทาง สปสช. อำนาจของกระทรวงสาธารณสุขที่เคยดูแลเงินโรงพยาบาลก็ถูกลดทอนบทบาทลงอย่างมาก เนื้อใน พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ฉบับปี พ.ศ. 2545 ยังมีแผนระยะยาวที่จะทำให้ สปสช.ใหญ่มากขึ้นไปอีก เพราะในอนาคต สปสช. จะมีอำนาจดูแลเงิน เพื่อใช้ในการดูแลสุขภาพของคนไทยทั้งหมด โดยมีแนวคิดการรวม 3 กองทุน คือ กองทุนสวัสดิการข้าราชการ กองทุนประกันสังคม และกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ไว้ให้ สปสช.บริหาร แต่ยังมีปัญหาจากกระแสต้าน อย่างหนักที่กองทุนประกันสังคม ทำให้ยังรวบไม่ได้เบ็ดเสร็จ
การที่ สปสช.ที่คุมเงินไว้เป็นแสนๆล้าน สร้างความปัญหาหนักให้กับหมอ โดยเฉพาะใน รพ.ขนาดเล็กต่างจังหวัด ต้องทำงานท่ามกลางภาวะเงินงบประมาณไม่พอใช้ ขาดทุนตลอดเวลา ขณะที่กฎหมายเอาผิดกับหมอ ก็หนักหนาสาหัสขึ้นทุกวัน
หมอหลายคนถอดใจ ลาออกไปอยู่ รพ.เอกชน เข้าทาง ทักษิณอีกแล้ว ที่มีแผนการ ตั้งประเทศไทยเป็นศูนย์สุขภาพ และ มี รพ. ในเครือมากมาย ในนาม วิชัย ทองแตง ตอนนี้ทนายใหญ่ร่ำรวยติดอันดับมหาเศรษฐีโลก ใกล้เคียงกับทรัพย์สินทักษิณ ที่เปิดเผยได้ 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แล้วหมอตามรพ.เกือบทั้งหมด ล้วนต่อต้านระบอบทักษิณ สนับสนุน คสช. แต่มีบางส่วนของหมอชนบทที่ยังเอียงไประบอบทักษิณ กลุ่มแพทย์ชนบท ที่เคยโดดเด่นเริ่มตกต่ำ อยู่ในสภาพที่สิ้นไร้พลังในการขับเคลื่อนอีกต่อไป เป็นได้แค่เพียงผู้เล่นตัวหนึ่ง ในเกมแย่งชิงอำนาจในระบบสุขภาพเท่านั้น ที่มีความเชื่อถือจากสังคม ในระดับที่ต่ำลงมากด้วย
หมอรัชตะ นั่งตำแหน่ง รมต. สาธารณสุข ตกบ่อเงินบ่อทอง กินเงินเดือนประะธานบอร์ด สปสช อยากรู้จังได้เดือนละเท่าไหร่ แค่ตำแหน่ง เลขาธิการ สปสช. เงินเดือน 200,000 บาท และเงินประจำตำแหน่ง อีก 50,000 บาท แล้ว ....


เปลว สีเงิน
ผู้เผยแผ่ธรรมที่ 'มหาเถร' สาธุ
Monday, March 16, 2015 - 00:01
"นายบัน กีมูน" มั่นใจนะว่า ในตำแหน่ง "เลขาฯ UN" ไม่จำเป็นต้องหงอให้ "ประธานาธิบดีสหรัฐฯ" จึงกล้าเชิญ "นายกฯ ประยุทธ์" ไปประชุมสหประชาชาติ ที่นิวยอร์ก ปลายกันยานี้?
นายกฯ ลุงตู่น่ะ ด้วยหัวใจประชาธิปไตย พร้อม "ทุกเวที" อยู่แล้ว  แต่สหรัฐฯ ล่ะ.....?  พร้อมถอดหน้ากากประชาธิปไตยเทียม ด้วยการไม่สนับสนุนโจรที่เป็น "นอมินีอำนาจ" แล้วอยู่กับโลกเป็นจริงอย่างทัดเทียมกันใน พ.ศ.นี้ หรือเปล่าล่ะ!
ปีหน้า พ.ศ.๒๕๕๙ หรือ ค.ศ.๒๐๑๖ เป็นปีวัดดวงสหรัฐฯ-ไทย บนคำว่า "มหามิตร" ในเส้นทางการเมืองว่าด้วยเรื่องอำนาจโลก-อำนาจประเทศ ต้นปี ๒๕๕๙ ตามโรดแมป ประเทศไทยจะเลือกตั้ง มี "รัฐบาลรูปแบบ" จากการเลือกตั้งเข้ามาบริหารประเทศ
สำหรับเมืองไทย..........
"รัฐบาลเลือกตั้ง" ไม่ใช่คำตอบ "ประชาธิปไตยเนื้อหา" เสมอไป เช่นเดียวกับ "รัฐบาลทหาร" ก็ไม่ใช่คำตอบ "เผด็จการ" เสมอไปเช่นกัน!  รัฐบาลหลังเลือกตั้งปี ๕๙ สำหรับไทย คนชื่อ "ประยุทธ์ จันทร์โอชา" เข้าฉากหายไป หรือจะยัง "ออกฉาก" สืบสานนโยบายงานปฏิรูปประเทศต่อเนื่องไป ๕๐-๕๐ ทั้งเป็นไปไม่ได้ และเป็นไปได้!  แต่สหรัฐอเมริกา ปีหน้า............๑๐๐% ว่า นายโอบามา ประธานาธิบดีจากพรรคเดโมแครต ต้องพ้นไปชนิด "ไปไม่กลับ-หลับไม่ตื่น-ฟื้นไม่มี"
ตอนปลายปี ๒๐๑๖ เพราะสหรัฐฯ จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ คนขั้ว "รีพับลิกัน" มีโอกาสที่อเมริกันชนจะเลือกเข้าไปเป็นประธานาธิบดีเปอร์เซ็นต์สูงกว่าคนจาก "เดโมแครต"
สำหรับสหรัฐฯ "เปลี่ยนคน-เปลี่ยนพรรค" แต่นโยบายสู่จุดมุ่งหมาย "รัฐบาลโลก" หรือ New World Order ด้วยปฏิบัติการขับเคลื่อน โดยองค์การ CFR คงเดิม...ไม่เปลี่ยน และจะโหมหนักขึ้น!
ปีนี้ ยันปีหน้า...สนุกครับ สนุกทั้งการเมืองโลก ว่าด้วย "สงครามนอกสารบบ" และทั้งการเมือง เพื่อประเทศใคร-ประเทศมัน  "วาติกัน" ขยับบทบาทปกป้อง "คนคริสต์" จากการถูก "นักรบ ISIS" เข่นฆ่าแล้ว!
ย้อนกลับมาดูการเขยื้อนขยับสังคมไทยสู่ศตวรรษใหม่บ้าง จะเห็นว่าความเป็นไปทั้งรูปแบบและเนื้อหาไม่ต่างกันมากนัก ในขณะที่ ภาคประชาสังคมและภาคการเมืองว่าด้วยอำนาจบริหารและปกครองประเทศ เขยื้อนขยับตัว
"ภาคศาสนา" โดย ๑ พุทธศาสน์ แต่ ๒ นิกาย คือมหานิกาย และธรรมยุติกนิกาย มีความเห็นต่างในการปฏิบัติตามพระธรรม-พระวินัย ของสงฆ์ที่ผิดเพี้ยน จนถึงขั้นวิปริต อุกฤษฏ์ธรรม
กรณีวัดพระธรรมกาย ธัมมชโย ที่แสดงพฤติกรรมแฝงพุทธ-บิดธรรม หวังครอบงำพุทธศาสน์ในไทยให้กลายเป็น "พุทธธรรมกาย" มีสรรค์เป็นสินค้าซื้อ-ขาย ควบคู่ไปกับการเมืองระบอบทักษิณ ที่มุ่งเน้นวัตถุทุน
ฝ่ายอาณาจักร........
ระบอบทักษิณ มุ่งเปลี่ยนระบอบ-ล้มสถาบัน "เป็นไทยแดงทั้งแผ่นดิน"
ฝ่ายศาสนจักร.......
"ธัมมชโย" ประสานรับ ใช้เงินโจรเป็นชนวนนำครอบงำเถรวาท "มหานิกาย-ธรรมยุต" เป็นพุทธธรรมกาย ร่วมเป้าหมาย แผ่นดินแดงระบอบทักษิณ!
และที่ ศูนย์กลางอำนาจบริหารสงฆ์ในพระพุทธศาสนา บนความเป็น "รัฐบาลสงฆ์" ที่เรียกชื่อว่า "คณะกรรมการมหาเถรสมาคม" ณ พ.ศ.๒๕๕๘ นี้
ขณะนี้ "สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์" (ช่วง วรปุญโญ) วัดปากน้ำ องค์ปฏิบัติหน้าที่พระสังฆราช เป็นประธานในการประชุมมหาเถรฯ ล่าสุด........
รอยปริแยกในความเห็นต่อพระธรรม-วินัยที่ต่างกัน ระหว่างกรรมการมหาเถรฯ ฝ่ายธรรมยุต กับฝ่ายมหานิกายเด่นชัดมากขึ้น
กรณีพฤติกรรมธัมมชโย ถ้าเป็นชาวบ้านหรือพระธรรมดาทั่วไป ไม่เพียงถูกจับสึกด้วยอาบัติปาราชิกอย่างเดียว
ยังต้องถูกข้อหาอั้งยี่-ซ่องโจร-ฉ้อโกง-หลอกลวงประชาชน-บ่อนทำลายพระพุทธศาสนา ถึงขั้นถูกจำคุกไปนานแล้วด้วย
แต่ด้วย เงิน-อิทธิพล-การเมือง-การศาสนา ฝ่ายอาณาจักร มีการใช้กฎหมายกับธัมมชโยคนละมาตรฐานกับชาวบ้านและพระรูปอื่นๆ  แม้กระทั่งขณะนี้ ด้วยคดียักยอก-ฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เรื่องแดงมา ๒-๓ ปีแล้ว แต่กระบวนการกฎหมายจากฝ่ายตำรวจ-ดีเอสไอ-ปปง.-รัฐบาล ในยุคระบอบทักษิณต่างเตะถ่วง ใช้กฎหมายแบบไฉเฉ ธัมมชโยยังไม่ถูกข้อหาอะไร ซึ่งส่อเจตนาว่า "๑ พระ-๑ โจร-๑ อำนาจ" ผนึกแนว
"ผูกขาดความถูกต้อง-ชอบธรรม" ทั้งทางกระบวนการยุติธรรม และทั้งทางกระบวนการสงฆ์!
มหาเถรสมาคม โดย สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ธัมมชโย ซึ่งเป็นซีกมหานิกาย ให้นิยามพระธรรม-วินัยใหม่ คล้ายลบล้างพระธรรม-วินัยที่สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงบัญญัติไว้เดิม โดยคล้อยตามพระสันดานโจรตอแหล "ใส่ซองหนา" อย่างธัมมชโย
"มหาเถรสมาคม" พ.ศ.๒๕๕๘ จึงยึดเป็น "ต้นบัญญัติ" ให้นิยามพระวินัยใหม่ ว่า...."พระโกง เมื่อถูกจับได้ คืนเงิน-คืนทรัพย์สิน ไม่เป็นปาราชิก!"
มหาเถรฯ ฝ่ายธรรมยุตไม่เห็นด้วยกับข้อวินิจฉัยนั้น แต่เมื่อเป็นมติที่ประชุมด้วยเสียงส่วนใหญ่ เพราะมีมหาเถรฯ ซีกธรรมยุต ๒ รูปไปเห็นด้วย ท่านจึงต้องนิ่ง
พุทธศาสนาเถรวาทในไทยวันนี้ จากมหาเถรฯ จากผู้ใช้กฎหมายบ้านเมือง ไม่ตั้งมั่นในพระธรรม-วินัย และกฎหมาย........ถูกพุทธธรรมกาย "กลืนวัด-กลืนพระ" ทั้งในประเทศ-ต่างประเทศไปมากต่อมากแล้ว!
บทบาทพระที่มหาเถรสมาคมยุค "สมเด็จช่วง" ชื่นชอบ-สนับสนุน คู่ขนานกับระบอบทักษิณ เป็นอย่างไร?
●โซเชียลมีเดียมีการนำ "บทบาทพระ" ที่มหาเถรฯ ชื่นชอบ ด้วยพฤติกรรมและคำพูด "บนเวทีเสื้อแดง" มาเผยแพร่ขณะนี้มากมาย ขอแกะถ้อยคำนำเสนอท่านมหาเถรฯ ได้ปลื้มสัก ๒ คลิป ดังนี้..........
"อันนี้...ตัวจริงฝนเทียม โอ.....ฝนตกนะโยม มากระซิบว่าฝนตกนี่เป็นเพราะฝนเทียม เพราะฉะนั้น เวลาเปียกก็เปียกเทียมๆ ไม่ต้องถอยโยม...ไม่ต้องถอย เอ้าาาาา...คนเสื้อแดงทั้งข้างบนและข้างล่าง สู้ไม่สู้...สู้ไม่สู้...สู้ไม่สู้....เสื้อแดง...เสื้อแดง...เสื้อแดง....เสื้อเหลือง....ฮ่ะๆๆๆๆ  ทางด้านนี้เค้าบอกว่าเสื้อแดงสู้..สู้..พอพระบอกว่าสู้..สู้..พอเสื้อเหลือง...ไปตายซะ...ไปตายห่าซะ..ไปลงนรก...ไป..ไป..ไป..เออ...ไปลงนรกเสียเถอะที่รัก...."
●●อีกคลิปหนึ่ง จากการขึ้นเวทีเสื้อแดงเช่นกัน
"ถามว่าทำไมปากของทหารไม่ว่าง เพราะอะไร หาาาา....หาาาาา....หาาาา...หาาาา....มันคาบอยู่เต็มปาก เออออ....ใช่เลย อย่างที่โยมตอบนี่ เพราะว่าขณะนี้มันคาบเอาไว้เต็มปาก ถามว่ามันคาบอะไรไว้เต็มปาก อะไร..ใช้อะไรคาบ
แล้วสิ่งที่คาบอยู่นั้นเขาใช้กับสรรพนามของอะไร สรรพนามที่ใช้ในการคาบ มันใช้กับอะไร...ใช้กับอะไร้....ใช้กับอะไร้....ไม่ได้ยิ้นนนน....ไม่ได้ยิ้นนนน...แฮ่ๆๆๆๆ กูรู้ว่าติดขังรวมแน่ งานนี้...กูว่า เล่นตะโกนซะชัดเจนเลย
เหมือนโยมเสื้อเหลืองเขาโทรมาหาอาตมา เพราะเห็นขึ้นเวทีเสื้อแดงบ่อยเขาก็ไม่ค่อยจะชอบใจเท่าไหร่ พวกพระย่ามแดง พวกพระไปขึ้นเวทีเสื้อแดง มหาโชว์นี่ไม่ต้องไปให้ 'เจ้าคุณ' มันหรอก เพราะอะไร...เพราะมหาโชว์นี่มันเป็นพระเสื้อแดง....เสื้อแดงแล้วไม่ให้เจ้าคุณ (ทำเป็นเสียงบ่นรำพึง) ถามว่าเสื้อแดงกูนี่หนักกระบาลใครไม่ทราบ มันหนักกระบาลก็บอกว่า อย่าไปให้มันเลยเจ้าคุณ... มหาโชว์น่ะ มันเป็นพระเสื้อแดง มันโทรมานะ (ทำท่าโทรศัพท์) อาตมาก็บอกเบอร์โทรศัพท์ทางวิทยุไปเรื่อยด้วยใจซื่อ มือสะอาด เป็นพระที่อินโนเซนส์ หน่อมแน้ม คิกขุอาโนเนะ บอกไปหมดเลย....๐๙๐ เป็นตะก่อนนะ บอกเบอร์โทร.ตลอดเลยนะ
ทุกวันนี้ชักจะเป็นงานแล้ว กูซื้อเอาไว้ ๕๐ มันโทรมา ๑๐ นี้ กูไป ๑๐ โน้น แฮ่ๆๆๆๆ สันติบาลมันปวดหัวฉิบหาย บอกพระอาจารย์ใช้เบอร์ไหนเนี่ย...บอก...มันเรื่องของกู
แต่ก่อนเนี้ยทหารเนี่ยมันโทรมาบ่อย ตำรวจ...กริ๊งงงงง พระอาจารย์...อยู่ไหนครับ...บอกนี่อาตมาอยู่ที่เพชรบูรณ์ ท่านผู้กำกับสันติบาลมีธุระอะไร ผมคิดถึงพระอาจารย์ บอก...แฮ่ๆๆๆๆ กูไม่คิดถึงมึงเลย เขากลัวว่าพระนี่จะพามวลชนไปราชประสงค์บ้าง กลัวจะพามวลชนพระไปสี่แยกคอกวัวบ้าง มันโทร.มาบอกคิดถึง อยากจะไปกราบนมัสการท่านหน่อย ก็กูไม่ปรารถนาให้มึงมากราบนี่
เสื้อเหลืองเค้าโทรมา....กริ๊งงงงงง เราก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมา ฮัลโหล เราก็นึกว่าเป็นพระ มันมีทั้งพระ ทั้งเณร ทั้งโยม เบื้องต้นอย่าไปเจริญพรก่อนะโยม เดี๋ยวโดนเจ้าคุณเค้าโทรมา เราก็ต้องเป็นพระที่อ่อนน้อมถ่อมตน เป็นพระเรียบร้อย ฮัลโหล...สวัสดีครับ ผมมหาโชว์ครับบบบ...ไอ้เหี้ย มาเต็มหูเลย พอโดนไอ้เหี้ย เราก็เอ้.....ทำไงดีหว่า เห็นเราขึ้นเวที...ไอ้เหี้ย มันบอก...ไอ้พระเหี้ย เราก็เอ้.....ใครวะโทรมาไม่เคยได้ยินเลยโทรศัพท์นี้....ไอ้เหี้ยยยย ยิ่งมาหนักเลย กลัวว่าเราจะไม่ได้ยิน เอ้....ใครวะโทรมา โทรศัพท์ท่าทางจะเสียไม่ได้ยินเลย....ไอ้เหี้ยยยย ยิ่งมาหนักเลย แต่ที่จริงคำว่าเหี้ยเต็มรูหูตั้งแต่ครั้งแรกแล้ว มาเต็มๆ เลย มันจัดเต็มเลยตั้งแต่แรก......."
นี่คือ การเผยแผ่พระธรรมคำสอนพระพุทธองค์ ของ "พระมหาโชว์ ทัสสนีโย" ผอ.ส่งเสริมพระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยจุฬาฯ วังน้อย ที่มหาเถรฯ ชื่นชอบ คงเป็นบัญญัติสงฆ์ฉบับ "มีเราในเรา" พ.ศ.๒๕๕๘....
"มีมหาเถรฯ ธรรมกายระบอบทักษิณ ก็มีพระอย่างมหาโชว์ และมีพระอย่างมหาโชว์ ก็มีมหาเถรฯ ธรรมกายระบอบทักษิณ?"

ถึงเวลายกเครื่องศาสนา "พระ" ต้องตรวจสอบบัญชีได้
ความฉาวโฉ่ของ “วัดพระธรรมกาย” สั่นสะเทือนวงการผ้าเหลือง และระบบการปกครองสงฆ์ของ “มหาเถรสมาคม” การศรัทธาต่อวงการสงฆ์ของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศกำลังถูกท้าทายครั้งใหญ่ จนถึงเวลาที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่า ควรใช้โอกาสนี้สังคายนาให้ “ผ้าเหลือง” กลับมาเป็นที่เคารพของคนไทยเสียที
ถึงเวลายกเครื่องศาสนา "พระ" ต้องตรวจสอบบัญชีได้ http://bit.ly/1GbFMqC
ธัมมชโย กับ โพธิรักษ์ : ใครคือผู้ที่เดินตามรอยพุทธองค์?
1. ธัมมชโย ออกเดินธุดงค์ในเมืองรับเงินบริจาค
โพธิรักษ์ ห้ามรับเงินหรือนำเงินใส่บาตร
2. ธัมมชโย ฉันอาหาร 2 มื้อ โพธิรักษ์ ฉันอาหารมื้อเดียว
3. ธัมมชโย เน้นสร้างถาวรวัตถุใหญ่โตมโหฬารทุ่มเงินมหาศาล โพธิรักษ์ เน้นสร้างธรรมชาติอยู่กับพฤกษ์ไพรเพื่อให้ใจสงบ
4. ธัมมชโย สอนให้ใช้เงินทำบุญ ยิ่งทำมากยิ่งได้ไปสวรรค์ โพธิรักษ์สอนให้รู้ว่าการทำบุญไม่จำเป็นต้องใช้เงินเสมอไป ขอให้ใจรักษาศีลก็ถือว่าเป็นการทำบุญแล้ว
5. ธัมมชโย ได้รับการอุ้มชูจากมหาเถรสมาคมทั้งที่ทำผิดหลายกรณี แต่โพธิรักษ์ ถูกมหาเถรสมาคมกล่าวหาเป็นพระนอกรีตและให้ปลดจากความเป็นสงฆ์
6. ธัมมชโย ฉันเนื้อสัตว์เป็นอาหาร โพธิรักษ์ ไม่ฉันเนื้อสัตว์ทุกชนิด
7. ธัมมชโย มุ่งสร้างอาณาจักรให้ตนเอง. โพธิรักษ์ อุทิศตนให้สังคมและเน้นให้ศิษย์ทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม

วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2558

ข้อมูลลับ "ธรรมกาย-ธมมชโย-ศุภชัย-สถาพร" ฉบับ "มโน เลาหวณิช"/ธรรมกาย-เพื่อไทย ตระกูลชิน พวกเดียวกัน

1adr.manolaoha090315

"..เจ้าอาวาส เคยทำผ้าป่าที่ดิน ใครอยากเอาที่ดินมาถวายหลวงพ่อ ก็มีคนเอาที่ดินมาบริจาคเยอะแยะไปหมด เชียงใหม่ ศรีสะเกษ ที่ชายทะเลแถบชุมพรเรื่อยลงไปก็มี กาญจนบุรีก็มี ที่ดินบางแห่งมีนับพันไร่ มีทั้งชื่อเจ้าอาวาสและชื่อลูกศิษย์.."
ผลพวงจากการติดตามเส้นทางการเงินในคดียักยอกของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ถูกตรวจสอบพบว่า "นายศุภชัย ศรีศุภอักษร" อดีตประธานสหกรณ์ฯ ได้เซ็นจ่ายเช็คเงินสดให้กับ พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ชื่อเดิมหลวงพ่อธมมชโย ปัจจุบันคือพระเทพญาณมหามุนี) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย และคนใกล้ชิด จำนวน 15 ฉบับ วงเงินกว่า 714 ล้านบาท ซึ่งมีเงินบางส่วนระบุว่านำไปใช้ในการก่อสร้างอาคารของวัดพระธรรมกาย
ขณะที่เงินบางส่วน ก็ถูกระบุว่าไปอยู่ที่ นายสถาพร วัฒนาศิรินุกุล อดีตพระวัดธรรมกายที่เพิ่งสึกออกมาในช่วงปี 2554 และปรากฎชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท มีทุนจดทะเบียนรวมกันมากกว่า 1.64 หมื่นล้านบาท จึงทำให้วัดพระธรรมกาย ถูกสังคมจับตามองเป็นอย่างมาก! ถึงความเกี่ยวข้องในเรื่องเงินของกลางในคดี!
เพื่อคลี่คลายที่มาและความเชื่อมโยงของบุคคลเหล่านี้ เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักข่าวอิศศรา www.isranews.org  ได้สัมภาษณ์พิเศษอดีตพระ เมตตานนฺโท หรือ ดร.นพ.มโน เลาหวณิช อาจารย์วิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติ จุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตศิษย์วัดพระธรรมกายและสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) อดีตพระเถรที่เคยบวชเรียนที่วัดธรรมกาย เคยได้รับทุนจากวัดธรรมกายไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดและมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด เพื่อแกะรอยข้อมูลเกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย 
เบื้องต้น  ดร.นพ.มโน กล่าวออกตัวก่อนว่า เขาเคยนับถือเจ้าอาวาสธมมชโยอย่างยิ่ง แต่เมื่อพบเห็นว่าเจ้าอาวาสเปิดบริษัทนอมินีในปี 2526 จึงบอกกล่าวตักเตือน เมื่อการเตือนนั้นไม่ได้ผล ในที่สุดเขาจึงอำลาจากวัดพร้อมความทรงจำข้อมูลเครือข่ายบุคคล
ดร.นพ.มโน เล่าข้อมูลสำคัญให้ฟังด้วยว่า ในพื้นที่วัดธรรมกายอันกว้างใหญ่ มี “เตาเผาพลอย” ซุกซ่อนอยู่ ซึ่งอาจเป็นข้อมูลสำคัญให้หน่วยงานตรวจสอบตามรอยและค้นหาข้อเท็จจริงปม “ธุรกิจอัญมณี” ของนายสถาพร (อ้างว่าทำธุรกิจอัญมณีได้เงินจำนวนมากมาลงทุนธุรกิจ) และวัดธรรมกายให้ปรากฏสู่สาธารณะ
นับจากบรรทัดนี้ไป คือ ข้อมูลจากปากของอดีตพระธรรมกาย ที่รู้จัก "ธมมชโย" และ "วัดธรรมกาย" ดีที่สุดคนหนึ่งในประเทศไทย 
จากศรัทธาสู่แตกหัก ปมเจ้าอาวาสก่อตั้งบริษัทผ่าน “นอมินี”
@ คุณไปบวชเรียนที่วัดธรรมกายปีใด
มโน : ผมเข้าไปที่วัด ปี พ.ศ. 2517 อบรมธรรมทายาท รุ่น 3 ออกจากวัด ปี พ.ศ. 2538   
@ คุณออกมาเพราะอะไร
มโน : เรื่องสำคัญก็คือผมไม่เห็นด้วยกับวิธีหาเงินของวัด และไม่เห็นด้วยที่ท่านเจ้าอาวาสพยายามจะให้ผมเชื่อว่าท่านเป็นต้นธาตุ ต้นธรรม ก็เชื่อว่าท่านหลุดไปแล้ว ออกมาก็ไม่คิดว่าจะกลับไปอีก ผมก็ไปอยู่วัดราชโอรสฐาราม เงียบๆ
@ ตอนที่คุณอยู่ที่วัดพระธรรม มีเหตุการณ์ใดบ้างไหมที่ทำให้เริ่มมองเห็นปัญหาด้านการเงิน
มโน : ปี 2526 เจ้าอาวาส เริ่มเอาเงินตัวเองมาลงทุน เป็นบริษัทโดยใช้ชื่อลูกศิษย์ บริษัทส่วนใหญ่ จะเริ่มต้น ด้วยตัว D อะไรต่อมิอะไร ให้ญาติโยมเป็นผู้บริหาร ท่านบอกว่านำเอาเงินมาสร้างพระพุทธศาสนา ผมเคยเขียนจดหมายไปหาท่านว่าผมไม่เห็นด้วยที่ท่านเอาเงินมาทำแบบนี้ ท่านก็ตอบกลับมาว่า เป็นเรื่องส่วนตัวห้ามยุ่ง แล้วธุรกิจ ท่านก็ขยายไปเรื่อยๆ จากวันนั้น จาก 2 เป็น 3 บริษัท และขยายไปเรื่อยๆ ไม่หยุดตั้งแต่ปี 2526
@ การริเริ่มก่อตั้งบริษัทในครั้งนั้น มีคนเกี่ยวพันเยอะขนาดไหน กลุ่มใดบ้าง
มโน : เป็นลูกศิษย์วงในที่ยอมรับใช้ใกล้ชิด ทำทุกอย่าง  จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่ยอมทำแบบนั้น แล้วตัวเองก็ได้ประโยชน์ด้วย
ความสัมพันธ์ศุภชัย-ธรรมกาย
@ ทราบหรือไม่ว่าเมื่อใดที่นายศุภชัย เข้ามาข้องเกี่ยวกับวัดพระธรรมกาย
มโน : ปี พ.ศ.2539 ในฐานะไวยาวัจกรวัด เขาเป็นคนที่มีทำประโยชน์ให้วัดเลยได้รับความไว้วางใจ ซึ่งเรื่องนี้ผมเคยให้ปากคำไปแล้วที่ดีเอสไอ แล้วดีเอสไอก็มีรายละเอียดเกี่ยวกับคดีนี้ มีรายละเอียดว่ามีบริษัทที่เกี่ยวข้อง ประมาณ 27 บริษัท ที่อยู่ในเครือข่ายของศุภชัย กระจายออกไปเป็นบัญชีเล็ก บัญชีน้อยเต็มไปหมด ซึ่งเจ้าหน้าที่มีตำรวจมีข้อมูลในส่วนนี้แล้ว และทาง ปปง. ก็ตรวจสอบเส้นทางการเงินของเช็คไปมูลนิธิต่างๆ ไปยังมูลนิธิของอุบาสิกาจัน หรือยายจัน ก็พบว่ามีเงินอยู่ตั้ง 3,000 กว่าล้านบาท
@ เป็นเงินในส่วนที่เกี่ยวพันกับการสร้างอาคารคุณยาย 100 ปี หรือไม่?
มโน : ใช่ครับ
เส้นทางเชื่อมโยงมงคลเศรษฐี-ยูเนี่ยนคลองจั่น
@ นายศุภชัยมีความเกี่ยวพันใดกับวัดธรรมกายหรือเจ้าอาวาสอีกหรือไม่
มโน : กิจการของคุณศุภชัย ที่ตั้งสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐี จำกัด เกี่ยวพันกับคุณมานิต รัตนสุวรรณ ( *หมายเหตุ-นายมานิตเป็นอดีตนายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ยุคอมรเรศ ศิลาอ่อน นายมานิตเป็นประธานกรรมการ บริษัทเมืองแก้วมณี โครงการบ้านและคอนโดมีที่ตั้งติดกับวัดธรรมกาย เสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่  4 ก.พ. 2558) คือตอนนั้นคุณมานิต เพิ่งลงทุนสร้างคอนโดเมืองแก้วมณีขึ้นที่นั่น เป็นเงินหลายร้อยล้านบาท คุณมานิตก็ทำบุญให้วัด 1 ใน 3 ส่วนของกำไร ซึ่งเขาบอกว่าทำบุญให้วัด ไม่ได้ทำบุญให้หลวงพ่อธมมชโยนะ ให้ไป 1 ใน 3 ของกำไร แต่คอนโดก็มีปัญหาทางการเงินนิดหน่อยตอนที่คุณมานิตทำ เพราะมีการเกิดขึ้นของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐีฯ ทำให้มีคนเอาเงินมาฝากที่วัดธรรมกายเยอะ เพราะสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐีให้ดอกเบี้ยประมาณ 7-8 % ต่อปี แล้วที่มงคลเศรษฐีนี้ก็ปล่อยกู้ให้ผู้ที่จะมาทำบุญที่วัด ดอกเบี้ยร้อยละ 12 ส่วนต่างก็เยอะถึง 5% ให้เงินผ่อนกับคนจน แล้วหลายคนเขาก็อยากจะทำบุญใหญ่ ใครที่อยากทำบุญกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐี สหกรณ์แห่งนี้ก็จะปล่อยให้ จึงกลายเป็นสหกรณ์ที่ก็ใหญ่ขึ้นๆ  เงินฝากเยอะขึ้น สมาชิกเยอะขึ้น ในที่สุดก็ทำเป็นมอลล์ แล้วก็มีปั๊มน้ำมัน ทำให้เกิดเป็นชุมชนขึ้นของมงคลเศรษฐี
@ มงคลเศรษฐี เชื่อมโยงกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นอย่างไร?
มโน : การเติบโตของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐี นี้ จริงๆ ศุภชัยเขาทำสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นมาก่อน ก่อนเข้าวัดธรรมกาย แต่มันก็ไม่รุ่ง คนฝากก็น้อย กระทั่งเขามาทำที่นี่ก็ได้ลูกค้าเยอะขึ้น ก็เอาเงินไปให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จนใหญ่ หรู มีความน่าเชื่อถือ คนก็เอาเงินมาฝากกันเยอะขึ้น ลูกค้าเยอะขึ้น จำนวนหนึ่งก็เป็นลูกศิษย์วัดธรรมกายน่ะ ดอกเบี้ยเงินฝากก็สูงกว่ามงคลเศรษฐี เท่าที่ทราบ ดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อปี คนก็แห่มาฝาก 4 หมื่นกว่าคน ซึ่งอัตรา ดอกเบี้ยสูงมาก ก็ดึงเงินมาเยอะแยะเลย เป็นหมื่นล้านบาท เป็นเครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นจึงเป็นสหกรณ์ออมทรัพย์ที่โตขึ้นอย่างรวดเร็ว
@ พระธมมชโยเกี่ยวข้องอย่างไรกับสหกรณ์มงคลเศรษฐี
มโน : ตอนนั้น ท่านธมมชโย เป็นประธานที่ปรึกษาของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐีโดยตรง ตอนนั้น มีโบรชัวร์เปิดตัววันแรกของสหกรณ์ฯมงคลเศรษฐี มีธมมชโย มีศุภชัย มีญาติโยม มีข้อมูลทำเป็นหนังสือออกมา เป็นหนังสือสูจิบัตรของสหกรณ์ แต่สหกรณ์ฯมงคลเศรษฐี ก็ถูกนำไปโปะให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ให้ด้านโน้นดูน่าเชื่อถือ สหกรณ์ฯ ยูเนี่ยนคลองจั่นก็ดูดี คนก็แห่ไปฝากกันเยอะ
เส้นทางการเงิน-มูลนิธิ-วัดธรรมกาย
@ ในวัดธรรมกาย มีทั้งสิ้นกี่มูลนิธิ
มโน : ตอนที่ผมอยู่มีแค่มูลนิธิเดียว คือมูลนิธิวัดธรรมกายเท่านั้นเอง ตอนหลังผมก็ทราบว่าท่านเจ้าอาวาสไปเปิดอีกหลายมูลนิธิหลังจากคดีที่ท่านถูกฟ้องร้องแล้ว ท่านก็กระจายเงินออกไปอีกหลายส่วน หมายถึงตอนที่ท่านถูกฟ้องร้อง ปี 2542 แล้วคืนเงินปี 2549 ห่างกันตั้ง 6-7 ปี
@ คุณทราบหรือไม่ว่าที่ดินของวัดพระธรรมกาย มีเท่าไหร่แน่
มโน : มีเยอะมาก เพราะเจ้าอาวาส เคยทำผ้าป่าที่ดิน ใครอยากเอาที่ดินมาถวายหลวงพ่อ ก็มีคนเอาที่ดินมาบริจาคเยอะแยะไปหมด เชียงใหม่ ศรีสะเกษ ที่ชายทะเลแถบชุมพรเรื่อยลงไปก็มี กาญจนบุรีก็มี ที่ดินบางแห่งมีนับพันไร่ มีทั้งชื่อเจ้าอาวาสและชื่อลูกศิษย์
@ เส้นทางการเงิน นอกจากศิษย์ใกล้ชิด คนใกล้ชิด มีการแบ่งกลุ่มอย่างไรอีก
มโน : ก็ตอบลำบาก เพราะมีเพียงธมมชโยที่รู้ว่าใครควรจะอยู่ตรงไหน ท่านทำธุรกิจเยอะมาก ไปประเทศไหน ก็กู้ระดมทุนตลอดเวลา
ความเชื่อมโยง ธมมชโย-ศุภชัย-สถาพร
@ ทราบความเป็นมาของนายสถาพรขณะบวชเป็นพระที่วัดธรรมกายหรือไม่
มโน : สถาพรเพิ่งมาเข้าปี พ.ศ.2537-2538 เป็นช่วงที่ผมออก แต่ทราบว่าเขาอยู่ในวัด 19 ปี เรียนอยู่และรับใช้พระผู้ใหญ่ ข้อมูลคุณสถาพร เท่าที่ผมทราบ เขาเป็นเณรมาจากนครสวรรค์ ครอบครัวยากจน แล้วก็มาเรียนบาลีหลักสูตรสามัญที่วัดพระรรมกาย เขาอยู่ในวัด 19 ปี เขาเรียนปานกลาง และรับใช้ท่านสมชาย ฐานวุฒิโท ที่เป็นผู้อำนวยการสำนัก แล้วก็รุ่นนั้นเป็นรุ่นแรกเลยที่เปิดหลักสูตร แล้วเขาก็เรียนอยู่ในวัดตลอด แล้วก็เป็นที่รู้จักไว้ใจของพระเถรผู้ใหญ่ในวัด ตัวเขาเอง คงไม่รู้จักกับคุณศุภชัย เพราะวัดใหญ่มาก ขณะที่คุณศุภชัยเองก็เป็นคนที่ใกล้ชิดกับ หลวงพ่อทัตตชีโว มากกว่าหลวงพ่อธมมชโย
@ ถ้าเช่นนั้นพระธมมชโย นายศุภชัยและนายสถาพร เกี่ยวกันอย่างไร เนื่องจากบัญชี ที่นายศุภชัยโอนมาที่วัดพระธรรมกาย มีบัญชีของสถาพรด้วย
มโน : ใช่ แต่ตอนนั้น สถาพรเขายังเป็นเณรอยู่ ซึ่งศุภชัยก็เป็นคนของวัด แล้วออกมาทำงานให้วัดในเชิงเป็นโครงการลับ เพื่อมารับเงินโดยเฉพาะ แล้วผ่องถ่ายเงินเข้าไปในแหล่งต่างๆ เครือข่ายของ ธมมชโย แล้วก็จริงๆ แล้ว คนรับเช็คจากนายศุภชัยมีเยอะมาก พระมนตรีหรือนายสถาพรนี่ก็ไม่ใช่คนที่ศุภชัยจะไว้ใจได้ง่ายๆ นอกจากจะมีการรับรองจากเจ้าอาวาสและรองเจ้าอาวาส ผู้ที่รับไปก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ 
ธรรมกาย ซุกเตาเผาพลอยไว้ในวัด
@ : สถาพรอ้างว่า เงินของเขาได้มาเนื่องจากเขาทำธุรกิจค้าอัญมณี คุณทราบข้อเท็จจริงในส่วนนี้หรือไม่
มโน : ถ้าเขาทำธุรกิจตั้งแต่เป็นเณรก็เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ จะเอาเงินไหนมาทำ แต่ในวัดธรรมกายมีเตาเผาพลอย
@ : คุณหมายถึงในวัดธรรมกายที่รังสิต ปทุมธานี
มโน : ครับ วัดธรรมกายที่รังสิตนี่มีเขตหวงห้าม เป็นที่สำหรับเผาพลอย มีพระเป็นคนเผา เป็นผู้ใช้แรงงาน ลองเข้าไปตรวจสอบดู พระพวกนี้ก็มีสุขภาพแย่ลง บ้างก็เป็นโรคปอดเพราะสูดควันเหล่านี้เข้าไป วัดธรรมกายมีเตาเผาพลอย มีพลอยเยอะแยะ เจ้าอาวาสหามาจากไหนไม่รู้ เยอะแยะไปหมด ผมได้ข่าวมาว่าพระที่ต้องมาใช้แรงงานที่เตาเผาก็สูดดมสารพวกนี้เข้าไป แต่เตาเผาพลอยนี้คนนอกไม่สามารถผ่านเข้าไปถึงได้ยาก และลักษณะก็มีการพยายามทำให้ดูเหมือนเตาเผาขยะ
ปริศนา อาคารคุณยายร้อยปี ที่ธรณีสงฆ์หรือไม่
@ เรื่องที่ดินของอาคารคุณยายร้อยปีที่ใช้งบสร้างกว่า 3,000 ล้านบาท สรุปอยู่ในเขตวัดหรือเป็นที่ธรณีสงฆ์หรือไม่
มโน : ไม่ใช่ ไม่ได้อยู่ในวัด อยู่นอกวัด
@ แต่อาคารที่ว่านี้ก็อยู่ในกำแพง
มโน : วัดพระรรมกายมีกำแพงสองชั้น ตัววัดเองมี 196-197 ไร่ ด้านหนึ่งติดถนนคลองสอง คลองสาม ปทุมธานี แล้วเลยไปก็มีด้านหลังมีกำแพงรั้วยาวใหญ่อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งด้านนอกกำแพงที่มีตัววัด ยังมีส่วนของมูลนิธิซึ่งคนละเจ้าของกันกับวัด  ส่วนที่จดทะเบียนเป็นวัด เพราะกฎหมายกำหนดว่า เจ้าอาวาส ถูกปลดเมื่อไหร่ก็ได้ แต่มูลนิธินี่ใครมาปลดไม่ได้ เพราะฉะนั้น แม้มีสมภารอื่นมาแทน เจ้าอาวาสวัดธรรมกาย ก็ยังครองมูลนิธิที่ใหญ่กว่า
ทั้งหมดนี่ คำบอกเล่าจากอดีตพระวัดธรรมกายรายนี้อาจจะพอเชื่อมต่อถึงภาพรวม ที่มาที่ไปของแต่ละตัวละครได้มากขึ้น ส่วนรายละเอียดในเชิงลึกถึงระดับเครือข่าย ขบวนการอื่นๆ รวมทั้งเส้นทางเงินที่ถูกแบ่งย่อยไปยังเช็คและบัญชีต่างๆ อย่างละเอียดนั้น ยังคงเป็น ‘จิ๊กซอว์’ สำคัญที่หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ต้องเสาะแสวงหาและตรวจสอบอย่างเข้มข้นต่อไป

8 มี.ค.58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊คเพจชื่อ "หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)" โดยนำภาพ นช.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษชายคดีอาญาหนีคำพิพากษาศาลสั่งจำคุก 2 ปีไปต่างประเทศ ที่ทำบุญร่วมกับเครือข่ายวัดพระธรรมกาย ที่มหานครลอนดอน ประเทศอังกฤษ ซึ่งขณะนั้นเพิ่งถูกศาลตัดสินให้จำคุก ฐานทำผิดกฎหมาย ป.ป.ช.กรณีการซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษก พร้อมพระภิกษุสงฆ์บางรูป นายกสมาคมบางสมาคมมาแสดง โดยระบุว่า

“เชื่อหรือยังว่า ธรรมกาย ธัมมชโย มหาเถรสมาคม นักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา คณะธรรมทูต พรรคเพื่อไทย ตระกูลชิน เสื้อแดง เป็นพวกเดียวกัน พวกเดียวกันทั้งนั้นแหละพี่น้อง”
เชิญชวนติดตามข่าวสารสำนักข่าวอิศรา ได้ด้วยการกด "Like" ที่ แฟนเพจ "I love isranews"
อ่านประกอบ :
ww11
เปิดใบสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น บริษัทเหมืองแร่ อดีตพระธรรมกาย ทุน 4.3 พันล้าน พบนายตำรวจ"ชื่อ-สกุล"คล้าย"บิ๊กดีเอสไอ" โผล่แจม 2 พันหุ้น -มีหม่อมหลวงด้วย ผู้สอบบัญชีระบุ "หยุดประกอบกิจการชั่วคราว"http://www.isranews.org/investigative/invest-slide/item/37052-cop_37052.html#.VPxdnwIWCCA.facebook


วันเสาร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2558

"หมอมโน"สัมภาษณ์ปมธรรมกายก่อนกักตัว"ยุคล ทีนิวส์"จี้ลบเทป/พระสงฆ์ไม่ใช่แค่คนหัวโล้นห่มเหลือง!





"หมอมโน"สัมภาษณ์ปมธรรมกายก่อนกักตัว"ยุคล ทีนิวส์"จี้ลบเทป(6-3-58)
ต้องฟังหมอมโนพูดให้ได้ครับ แม้จะพูดได้ไม่ถึงครึ่งโดนขัดเสียก่อน ก็เห็นชัดครับว่าเหตุใดจึงเกิดการทุ่มบุญกันจนคลั่งไคล้ขนาดขายบ้านหมดเนื้อหมดตัวกันเป็นเเถว. ศรัทธาหรือจิตวิทยาหมู่ใช้วิจารณญานกันครับ
"มโน : คือท่านพยายามจะให้ลูกศิษย์ใกล้ชิดท่านเชื่อว่าท่านเป็นต้นธาตุต้นธรรม ก็คือ ก็อด พระผู้เป็นเจ้า ที่ลงมาเหมือนกับอวตารลงมา มาเป็นมนุษย์ นี้เป็นคำสอนที่พิเศษไปจากทุกวัด ในพุทธศาสนาเราไม่มีพระผู้เป็นเจ้าถูกไหมครับ พระพุทธเจ้าต้องเป็นผู้ตรัสรู้ธรรม ไม่มีพระเจ้าผู้สร้างโลก ทีนี้สมัยหลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่านก็เทศน์ไว้ แนวปฏิบัติของวัดปากน้ำคือ เมื่อบวช เมื่อมาบวชผู้บวชจึงทราบว่า พระต้นธาตุใช้ให้มาปราบมาร ถ้าไม่สำเร็จก็ยอมตายที่วัดปากน้ำนี้ คราวนี้พระต้นธาตุนี้คือใคร แล้วก็สมัยโบราณมีความเชื่อที่มีพระต้นธาตุต้นธรรม เป็นพระพุทธเจ้า องค์แรกซึ่งสร้างสรรพสิ่งทุกอย่างทั้งปวงคราวนี้ท่านเองก็ตั้งใจในการปราบมาร คำสอนในวัดปากน้ำจะมีอยู่ 2 ส่วน ส่วหนึ่งเรียกว่า วิชามรรคผล ว่าด้วย 18 กายเข้าถึงเพื่อเป็นพระอรหันต์ อีกอันหนึ่งก็ปราบมาร ในเรื่องนี้วิชาปราบมารเป็นเรื่องที่ท่านทำเองเพื่อปราบมาร ทำยังไงมารจะหมด พอมารหมดนี้ก็โลกทั้งโลก ดวงดาวอะไรก็หายหมดทุกอย่างจะกลายเป็นนิพพาน มดสักตัว ยุงสักตัวก็กลายเป็นพระธรรมกายหมด นั้นสิ้นสุดของวัฏสงสารนั้นคือเป้าหมายที่ท่านจะทำ คราวนี้ท่านก็มรณภาพไป 2502 ในขณะนั้นของวัดธรรมกายโดยเจ้าอาวาสพระธรรมกายท่านธัมมชโย ท่านก็สอนลูกศิษย์ใกล้ชิดท่านว่า ท่านเป็นพระต้นธาตุตัวจริง เป็นคนที่ใช้หลวงพ่อวัดปากน้ำลงมาปราบมาร หลวงพ่อทำไม่สำเร็จท่านเลยต้องลงมา หลวงพ่อวัดปากน้ำเป็นทัพหน้า ท่านเป็นทัพหลวงตัวจริง แล้วก็มาไม่ได้มาคนเดียว มาเป็นล้าน หลายล้าน ธรรมกาย พระพุทธเจ้าฝ่ายปราบเป็นล้าน แล้วมีบารมีแล้วก็แบ่งเป็นทัพ เขาเรียก กองทัพธรรม มีทั้งหมดอยู่ 4 กอง ฝ่ายรบ ฝ่ายเผยแผ่ ฝ่ายปฏิสังขรณ์ แล้วอันสุดท้ายคือกองเสบียง เป็นกองทัพเลย"
http://m.tnews.co.th/news.php?hotID=132368
●●ช่วงช่วง วัดปากน้ำบอก ใช้ทอง 1 ตัน
ช่างหล่อแฉบอก จริงๆแค่ 420 กิโล ใช้จริงไม่ถึง 1 ตัน (ตามโฆษณา)..ใครโกหก?????

นายบุญส่ง นุชน้อมบุญ นายช่างประจำกรศิลปากร ซึ่งเป็นช่างหล่อรูปเหมือนหลวงพ่อมงคลเทพมุณีหรือหลวงพ่อสด ที่วัดพระธรรมกาย โฆษณาชวนเชื่อว่าสร้างจากทองคำแท้หนักถึง 1 ตัน ให้สัมภาษณ์ว่าได้รับการติดต่อจากวัดเมื่อ 6-7 ปีที่ผ่านมา โดยพระที่ชื่อหลวงพี่หมู กับศิษย์เก่าของวิทยาลัยช่างศิลป์รายหนึ่งซึ่งคุ้นเคยกับตนมาขอคำแนะนำเรื่องเทคนิคการหล่อ แจ้งว่าเจ้าอาวาสต้องการหล่อรูปเหมือนทองคำของหลวงพ่อวัดปากน้ำ ตนจึงแย้งว่าการหล่อรูปเหมือนทองคำขนาดใหญ่นั้นเป็นการสิ้นเปลือง เพราะทองคำมีราคาแพงและใช้จำนวนมาก หลวงพี่หมูกลับตอบว่าไม่ใช่หน้าที่ของตน ทkงวัดขอเพียงความช่วยเหลือและคำแนะนำเท่านั้น ส่วนเรื่องทองคำที่หามานั้นทางวัดจะจัดการเอง ตนจึงตอบตกลงโดยขอหล่อรูปเหมือนจากตะกั่วเพื่อเป็นการทดลองก่อน

“หลังจากตกลงกันแล้ว 2 สัปดาห์ต่อมาทางวัดเชิญผมและทีมงาน ซึ่งมีลูกน้องผมไปด้วยกัน 2 คน ไปตัวเปล่า เพราะเห็นว่าทองคำจำนวนมากจึงไม่เอาของส่วนตัวติดไปเลย เมื่อไปถึงวัดมีช่างของวัดหลายคนมาช่วยกันโดยช่างบางรายเป็นพระ และผู้ปฏิบัติธรรมที่มีความรู้ทั้งทางจิตรกรรม ช่างศิลป์ และวิศวกรรมมาควบคุมการทำงานอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ครั้งแรกผมหล่อด้วยตะกั่วหนัก 400 กิโลกรัม (ก.ก.) เมื่อหล่อรูปเหมือนตะกั่วเสร็จแล้วก็กลัมาอีกครั้งเพื่อหล่อพระทองคำ โดยผมกำหนดใช้ทองคำประมาณ 400 ก.ก. และทางวัดบอกว่ามีทองคำ 99.95% จำนวน 600 ก.ก. เตรียมไว้ ทุกขึ้นตอนจะมีเจ้าหน้าที่ของวัดดูแลอย่างรัดกุม และมีพนักงานรักษาความปลอดภัยคุมเข้มตลอดเวลา” นายบุญส่งกล่าว

นายบุญส่งกล่าวต่อว่า หลังจากตนเบิกทองคำมาแล้วใช้วิธีหลอมทองจำนวน 10 เบ้าหลอม แต่ละเบ้าหลอมมีทองจำนวน 60 ก.ก. ซึ่งใช้ทองไปเพียง 7 เบ้า หรือประมาณ 420 ก.ก. ก็เต็มองค์ ส่วนทองที่เหลืออีก 3 เบ้า ทางวัดตอบว่าจะนำไปหล่อพระพุทธรูปในโอกาสต่อไป หลังจากเสร็จพิธีแททองหล่อพระในวันดังกล่าวตนไม่เคยไปที่วัดนี้อีกเลย และไม่ทราบมาก่อนว่าทางวัดประชาสัมพันธ์ว่าพระองค์ดังกล่าวมีน้ำหนักถึง 1 ตัน ครั้งแรกรู้สึกแปลกใจเพราะเท่าที่สอบถามญาติโยมที่ไปทำบุญ หลายรายดุจะไม่ได้มีฐานะร่ำรวยมากมาย แต่สามารถบริจาคได้ถึงคนละ 1-2 ก.ก.

https://thaidhammakaya.wordpress.com/2015/03/06/gold/
พระสงฆ์ไม่ใช่แค่คนหัวโล้นห่มเหลือง!    โดย สิริอัญญา 

ขณะนี้กระแสความเรียกร้องต้องการให้ปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาและกิจการคณะสงฆ์กำลังเชี่ยวกราก สาเหตุก็มีมาจากความเน่าเฟะอันเป็นที่ประจักษ์ชัดต่อเนื่องยาวนานของกิจการพระพุทธศาสนาและกิจการคณะสงฆ์
ในขณะเดียวกัน ก็มีคนหัวโล้นห่มเหลืองจำพวกหนึ่งซึ่งใคร ๆ ก็รู้ว่ามีพฤติกรรมต่ำช้า เอาพระศาสนาไปซุกใต้ปีกพวกเผาบ้านเผาเมือง ละเมิดพระธรรมวินัยเป็นอาจิณ รวมทั้งบิดเบือนพระธรรมวินัยให้วิปริต กลับอ้างว่าตัวเองเป็นพระสงฆ์ พรรคพวกของตัวเองเป็นคณะสงฆ์ และเป็นพุทธศาสนาในตัวเสียเองด้วย
ดังนั้นเพื่อไม่ให้พวกหัวโล้นห่มเหลืองแอบอ้างว่าเป็นพระสงฆ์ แอบอ้างยึดครองพระพุทธศาสนาเป็นของพวกหัวโล้นห่มเหลืองเหล่านั้น และเพื่อให้การปฏิรูปถูกตรง จึงต้องทำความเข้าใจกันให้ถ่องแท้ว่าพระสงฆ์คืออะไร ซึ่งต้องทำความเข้าใจกันจริง ๆ จัง ๆ สักครั้งหนึ่ง
ก่อนอื่นก็ต้องประกาศให้รู้กันโดยทั่วไปว่า คนหัวโล้นห่มเหลืองนั้นไม่ใช่พระสงฆ์เสมอไป และคนหัวโล้นห่มเหลืองหลายๆ คนก็ไม่ใช่คณะสงฆ์เสมอไป และคนหัวโล้นห่มเหลืองหลาย ๆ คนเหล่านั้นก็ไม่ใช่เนื้อตัวของพระพุทธศาสนาแต่ประการใด
ในพระพุทธศาสนานั้น พระสงฆ์เป็นหนึ่งในสามรัตนะ คือเป็นหนึ่งในพระรัตนตรัย แต่ไม่ใช่พระสงฆ์ที่เราท่านเข้าใจกัน ในเรื่องนี้พระบรมศาสดาทรงตรัสว่าพระสงฆ์สาวกของพระองค์ที่เป็นหนึ่งในพระรัตนตรัยนั้นมีเพียง 4 คู่ 8 จำพวกเท่านั้น
นั่นคือพระโสดาบัน พระอนาคามี พระสกิทาคามี และพระอรหันต์ ซึ่งทั้ง 4 คู่นี้มี 8 จำพวกคือ พระที่เข้าถึงโสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล อนาคามีมรรค อนาคามีผล สกิทาคามีมรรค สกิทาคามีผล อรหัตมรรค และอรหัตผล นอกจาก 4 คู่ 8 จำพวกนี้แล้ว ไม่ใช่สังฆรัตนะในพระรัตนตรัย
แต่ในภิกษุบริษัทนั้น ประกอบด้วยพระสงฆ์ คือพระสงฆ์ที่เป็นสังฆรัตนะ 4 คู่ 8 จำพวกดังกล่าวประเภทหนึ่ง กับกุลบุตรที่ได้อุปสมบทในพระพุทธศาสนา ไม่ว่าจะอุปสมบทด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา หรือติสรณคมนูปสัมปทา หรือญัตติจตุตถกรรม
ผู้ที่อุปสมบทในพระพุทธศาสนาและมิได้เป็นหนึ่งในสังฆรัตนะก็ได้ชื่อว่าเป็นพระสงฆ์ แต่ความเป็นพระสงฆ์ที่ว่านี้ไม่ใช่แค่คนหัวโล้นห่มเหลือง หากต้องประกอบด้วยองค์คุณดังต่อไปนี้
ข้อแรก ต้องเป็นผู้สุปฏิปันโน คือเป็นผู้ปฏิบัติดีตามพระธรรมวินัยที่พระบรมศาสดาทรงแสดงแล้วและบัญญัติแล้ว ไม่ปฏิบัติวิปริตฟั่นเฟือนหรือเฉโก
ข้อสอง ต้องเป็นอุชุปฏิปันโน คือผู้ปฏิบัติตรง คือปฏิบัติถูกตรงตามพระธรรมวินัย มุ่งตรงไปสู่ความละวาง ความบริสุทธิ์ และความปราศจากทุกข์อย่างสิ้นเชิงและนิพพาน
ข้อสาม ต้องเป็นญายปฏิปันโน คือผู้ปฏิบัติเพื่อถึงซึ่งความรู้ หรือปัญญาอันเข้าถึงความจริงตามความเป็นจริง ไม่ใช่เพื่อถึงความโง่หลงงมงายหรือการลวงโลกใด ๆ
ข้อสี่ ต้องเป็นสามีจิปฏิปันโน คือเป็นผู้ปฏิบัติที่สมควรได้รับความนอบน้อมบูชาจากคนทุกจำพวก แม้กระทั่งพระมหากษัตริย์ลงมาจนถึงชาวบ้านก็มีความนอบน้อมได้อย่างอิ่มอกอิ่มใจ ไม่ใช่ประพฤติต่ำทราม ชั่วช้า แม้กระทั่งชาวบ้านอย่างเราท่านยังต้องเรียกขานว่าไอ้หัวโล้น ไอ้โจรผ้าเหลือง เป็นต้น
ข้อห้า ต้องเป็นอาหุเนยโย คือเป็นผู้ควรได้รับของอันสมควรที่จะสักการะบูชาหรือถวาย ไม่ใช่เป็นพวกนักหลอกลวง ฉ้อฉล ฉ้อโกง ฟอกเงิน หรือใช้อำนาจบังคับขายตำแหน่ง หรือบังคับคนอื่นให้อยู่ในอำนาจ
ข้อหก ต้องเป็นปาหุเนยโย คือเป็นผู้ที่ควรจะได้รับการต้อนรับด้วยความเคารพ ไม่ใช่เป็นผู้ที่น่าขยะแขยงแบบพวกหัวโล้นจีวรแดง ที่มีพฤติกรรมน่ารังเกียจเดียดฉันท์
ข้อเจ็ด ต้องเป็นทักขิเณยโย คือเป็นผู้ควรแก่การทำบุญ ไม่ว่าด้วยอาหาร หรือเครื่องนุ่งห่ม หรือสิ่งของใด ๆ ที่ผู้ทำแล้วได้รับบุญ ไม่ใช่ได้รับความเดือดร้อน ความทุกข์ หรือความเศร้าหมอง หรือครอบครัวแตกแยกดังที่เห็น ๆ กันอยู่
ข้อแปด ต้องเป็นอัญชลีกรณีโย คือเป็นผู้ควรแก่การกราบไหว้เลื่อมใสที่กราบไหว้แล้วเป็นสุข ไม่ใช่ต้องไปล้างซวย ล้างบาป ที่ได้พบเห็นหรือจำเป็นต้องไหว้กราบ ดังบางพวกบางหมู่ที่เป็นกันอยู่
ข้อเก้า ต้องเป็นอนุตตรัง ปุญญักเขตตัง คือเป็นเนื้อนาบุญที่ยอดเยี่ยมของโลก ที่ใครทำบุญแล้วได้ผลมาก ได้อานิสงส์มาก เหมือนกับนาดีที่ปลูกข้าวแล้วก็ได้ผล
กุลบุตรใดที่อุปสมบทในพระธรรมวินัยของพระบรมศาสดาแล้วมีคุณสมบัติครบทั้งเก้าข้อดังกล่าวนี้แล้ว นั่นแหละจึงได้ชื่อว่าเป็น “พระสงฆ์” ซึ่งเป็นพระสงฆ์ในภิกษุบริษัทที่ถึงแม้ยังไม่ถึงกับเป็นสังฆรัตนะ ก็ยังนับได้ว่าเป็นพระสงฆ์ที่เป็นบริษัทสี่ ที่พระบรมศาสดาทรงฝากธุระพระศาสนาไว้ให้
ดังนั้นหากใครที่เป็นคนหัวโล้นห่มเหลือง แต่ไม่มีคุณสมบัติทั้งเก้าข้อดังกล่าว จึงไม่ใช่พระสงฆ์ ไม่มีสิทธิ์มาตู่อ้างว่าตัวเองเป็นพระสงฆ์หรือคณะสงฆ์ และไม่มีสิทธิ์มาตู่ว่าเป็นเจ้าของพระพุทธศาสนา เนื่องจากเป็นได้อย่างมากก็แค่คนหัวโล้นห่มเหลือง!

MANA PRADITKET

MANA PRADITKET
Handpainted oil painting by Mana Praditket

NIRAN PAIJIT

NIRAN PAIJIT
Original handpainted oil painting by Niran Paijit

PRAYAD TIPPAWAN

PRAYAD TIPPAWAN
ORIGINAL IMPRESSIONAL OIL PAINTING BY PRAYAD TIPPAWAN

Achara 34 (24x36)

Achara 34 (24x36)
ORIGINALl OIL PAINTING

Amornsak Livisit 74 (24x36)

Amornsak Livisit 74 (24x36)
ORIGINAL OIL PAINTING, Impressionist style

Suwan Khanboon 11 (24x24 inches)

Suwan Khanboon 11 (24x24 inches)
Original handpainted oil painting abstract style

NIRAN PAIJIT

NIRAN PAIJIT
ORIGINAL ABSTRACT STYLE OIL PAINTING BY NIRAN PAIJIT

Chavalit (Pong)

Chavalit (Pong)
PINTO Horses

Komez 78 (22x30)

Komez 78 (22x30)
Original handpainted pastel painting on paper

KOMES

KOMES
Handpainted pastel painting by Komez

PRATHOUN

PRATHOUN
ORIGINAL HANDPAINTED OIL PAINTING BY PRATHOUN

THAVORN IN-AKORN

THAVORN IN-AKORN
ORIGINAL OIL PAINTING BY THAVORN IN-AKORN (SIZE 20x30")

THAVORN IN-AKORN

THAVORN IN-AKORN
Original oil painting by Thavorn In-akorn

Facebook

Follow by Email


ORIGINAL HANDPAINTED OIL PAINTING

PHOTO GALLERY

PHOTO GALLERY

Facebook

PHOTO GALLERY